Skip to main content

ทำงานกับ(นาย)ญึ่ปุ่นอย่างไรให้ HAPPY = 日本人と一緒に仕事するのはとてもやりやすい。 =



ผู้เขียน  :  วิฑูรย์ เทพประดิษฐ์
ISBN  :  978-616-509-377-4
ปีที่พิมพ์  :  2011
สำนักพิมพ์  :  Happy Book
จำนวนหน้า  :  160 หน้า
ราคา  :  150 บาท 

สรุปเนื้อหาสำคัญ
   มันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะปกติสำหรับคนไทย ที่จะทำงานในบริษัทของประเทศญี่ปุ่น และแน่นอนว่าจะต้องทำงานร่วมกับเจ้านายคนญี่ปุ่น ดังนั้นในหนังสือเล่มนี้จะพูดถึงการทำงานร่วมกับเจ้านายคนญี่ปุ่นอย่างไรให้มีความสุข (ไม่ใช่แค่จ้องจะเลียนายนะครับ)

   ลักษณะนิสัย(เฉพาะ) ของคนญี่ปุ่น คือ ความมีระเบียบวินัยเป็นอย่างยิ่งยวด ทุกคนรักษาระเบียบวินัยโดยเฉพาะในเรื่องเวลา และมีความซื่อสัตย์สูง ซึ่งเราต้องยอมรับว่าอาจจะไม่ตรงจริตกับคนไทยสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะในเรื่องการทำตามระเบียบ เพราะทำอะไรตามใจคือไทยแท้ ของเรานี้แหละ เช่นในเรื่องเวลาที่คนญี่ปุ่นถือเป็นเรื่องใหญ่ ต้องไปก่อนเวลาอย่างน้อยสัก 15 นาที ในขณะที่คนไทย การไปสายสัก 5 -10 นาทีถือว่าอยู่ในเกณฑ์รับได้ (และโดยมากเราจะไม่ค่อยแจ้งคู่นัดหมายด้วย หากไปสายสัก 5 นาที) 

   การสอนงานในระบบของคนญี่ปุนมักจะเป็นแบบ "สอนหน้างาน" on the job training คือการสอนงานจริง โดยหัวหน้างาน โดยอาจจะมีข้อเสียคือ บางครั้งตัวหัวหน้างานเองก็ยังมีความรู้ไม่เพียงพอ และอาจจะมีการสอนงานที่ไม่ค่อยถูกต้องนัก 
   แต่โดยหลักการแล้วการแล้ว การสอนหน้างานคือ 
๑ อธิบายถึงสิ่งที่จะทำอย่างชัดเจน
๒ ทำให้ดูเป็นตัวอย่าง
๓ ให้ผู้ถูกฝึกลองลงมือทำ
๔ ตรวจสอบความถูกต้อง โดยหัวหน้างาน และแก้ไขให้ถูกต้อง
๕ เน้นให้ผู้ถูกฝึกสอนถามในสิ่งที่ยังไม่ค่อยเข้าใจ

   ไคเซ็น (KAIZEN) คือการพัฒนาอย่างไม่สิ้นสุด กล่าวง่ายๆคือ ทำวันนี้ให้ดีกว่าเมื่อวาน นี้คือหัวใจของทางประเทศญี่ปุ่น ซึ่งอาจจะไม่ค่อยตรงกับจริตคนไทยอีกแล้ว เพราะเราเน้นยึดเป้าหมาย ยึดรูปแบบเป็นหลัก แต่หลักไคเซ็นคือ การเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ท้าทายเป้าหมายเดิมอยู่ตลอด เปลี่ยนแปลงรูปแบบไปเรื่อยๆ 

"เพิ่มการผลิตอีก 10% ลดของเสีย 5% ต่อปี"

หลักในการปรับปรุงงาน
๑ เลือกหัวข้องานที่เราจะทำการปรับปรุงก่อน (ทำให้ง่ายขึ้น, ทำแล้วปลอดภัยขึ้น เป็นต้น)
๒ เข้าไปเก็บข้อมูลจากสถานที่จริง (สำคัญมากสำหรับคนญี่ปุ่นที่จะต้องไปเห็นสถานที่จริง กับตาของตัวเอง)
๓ ตั้งคำถามเกี่ยวกับสิ่งที่เราเห็นในแต่ล่ะขั้นตอน (ทำไมต้องทำแบบนี้, ทำไมต้องทำที่นี้, ทำไมต้องเป็นคนนี้ที่ทำ, มีวิธีอื่นอีกหรือไม่ เป็นต้น)
๔ วางแผน และลงมือปรับปรุง (ใช้หลักการตัดลดทอน, การควบรวม, การจัดใหม่ และการทำให้ง่ายขึ้น)
๕ นำเสนอวิธีการใหม่ไปปรับปรุง (หมายถึงการขออนุมัติ และแจ้งผู้ปฏิบัติงานได้รับทราบ)
๖ รักษาแนวทาง หรือวิธีการใหม่นี้ไว้ (ตรวจสอบวิธีใหม่ว่ายังมีปัญหาอะไรหรือไม่ และขยายผล)

MDWSTOP การสูญเสีย 7 ประการ ที่เราต้องหาวิธีการลด
M  :  Motion การเคลื่อนไหวร่างการที่สูญเปล่า
D  :  Defect  การสูญเสียที่เกิดจากของเสีย ในกระบวนการผลิต
W  :  Waiting การสูญเสียที่เกิดจากการรอการผลิต (คอขวด)
S  :  Stock การมีสต๊อกสินค้า และวัตถุดิบมากเกินไป
T  :  Transportation การสูญเสียที่เกิดจากการขนส่งที่ไม่จำเป็น
O  :  Over Production การผลิตที่มากเกินกว่าความต้องการของลูกค้า ถือเป็นการสูญเสีย
P  :  Process  การสูญเสียอันเกิดมาจากการออกแบบกระบวนการผลิตที่ไม่ดี



   ในหนังสือจะเน้นเกี่ยวกับการจัดการความแตกต่าง ระหว่างคนไทยกับคนญี่ปุ่นเป็นหลัก เช่นทัษณะคติในการทำงาน การดื่มหลังเลิกงาน ซึ่งทางคนญี่ปุ่นถือเป็นเรื่องสำคัญ (อันนี้คนไทยน่าจะมไม่มีปัญหา)

Comments

Popular posts from this blog

แผนภาพวาดให้เป็น เก่งนำเสนอ

ผู้เขียน  :  Yamda Masao แปลโดย ประวัติ เพียรเจริญ ISBN  :  978-974-443-460-9 ปีที่พิมพ์ครั้งแรก  :  2012 จัดพิมพ์โดย  :  สำนักพิมพ์ ส.ส.ท. จำนวนหน้า  :  272 หน้า ราคา  :  220 บาท สรุปเนื้อหาสำคัญ    หนังสือเล่มนี้ไม่ได้เป็นหนังสือที่สอนวิธีการวาดภาพ แต่เป็นหนังสือที่สอนให้ใช้รูปภาพ (หมายถึง แผนภูมิ, กราฟ และตารางต่างๆ) เพื่อใช้ในการนำเสนอสิ่งต่างๆ ความคิดเห็น ข้อมูล ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งหวังให้คนอ่านสามารถทำความเข้าใจได้ง่ายขึ้น เพราะความคิดของแต่ล่ะคนไม่เหมือนกัน การนำเสนอความคิดด้วยภาพจึงมีความสำคัญมาก  "ความคิดถึงแม้จะดีแค่ไหน แต่ถ้าไม่สามารถอธิบายให้คนอื่นเข้าใจได้ ก็ไร้ประโยชน์"    โดยมีการแยกสัดส่วนของเนื้อหาได้ดี มีการสรุปเป็นหัวข้อๆ ให้เข้าใจได้ง่าย โดยแบ่งออกเป็น 6 กลุ่ม คือ  สารที่ต้องการสื่อออกไป เป็นการกำหนดสิ่งที่ต้องการจะถ่ายทอดออกไปให้ชัดเจน และเรียยเรียงอย่างมีระบบ รูปแบบ หรือกรอบความคิดที่จะใช้สำหรับสื่อสาร "สาร" ออกไป เช่นเป็นตารางข้อมูล เ...

ส่วนประกอบของ android แอพพลิเคชัน (Android Application Component)

    ส่วนประกอบของ แอพพลิเคชัน (Application Component) สามารถแบ่งออกได้เป็น ๔ ประเภทดังนี้ ๑. Activity (User Interface)  คือ สิ่งท่ีใช้ในการแสดงผลออกมาเพื่อให้ผู้ใช้งานได้เห็น และได้ใช้งานโดย แต่ละแอปพลิเคชนััน อาจจะมีActivity เดียว หรือหลายๆ Activity และส่ิงที่อยู่ใน Activity นั้นจะเรียกว่า View ซึ่งมีอยู่หลายรูปแบบ เช่น button, text field, scroll bars, menu items, check boxes และอื่นๆ ๒. Service (Service Provider)  เป็นส่วนที่ไม่มีการแสดงผลแต ถูกเรียกใช้ให้ รันอยู่ในลักษณะของ background process โดย service นั้นอาจจะมีการกระทำ อะไรบางอย่าง เช่น ติดต่อรับส่งข้อมูลผ่านเครือข่าย หรือคำนวณค่าต่างๆ แล้วทำการส่งข้อมูลไปแสดงยัง Activity ก็ได้ หรือการเปิดเพลงในขณะที่เรากำลังทำงานบน แอพพลิเคชั่นอื่น ๓. Broadcast receiver (DataProvider)  คือ ตัวที่ใช้สำหรับคอยรับและตอบสนองต่อ เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดข้ึน เช่น เมื่อแบตเตอรี่ต่ำ ,การเปล่ียนภาษา, มีการโทรออก, มีข้อความเข้าและอื่นๆ ถึงแม้ broadcast receiver จะไม่มีส่วนของการแสดงผลแต่ก็สามารถที่จะเรียก...

เมื่อภูเขาน้ำแข็งละลาย Our Iceberg Is Melting

ผู้เขียน  :  John Kotter & Holger Rathgeber แปลโดย  :  ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย ISBN  :  978-974-655-404-6 ปีที่พิมพ์  :  2010 สำนักพิมพ์  :  มหาวิทยาลัยศรีปทุม จำนวนหน้า  :  158 หน้า ราคา  :  280 บาท  สรุปเนื้อหาสำคัญ    เป็นนิทานที่มีการดำเนินเรื่องอยู่ที่ แอนตาร์กติกา โดยมีตัวเอกเป็นเพนกวิน โดยมีเป้าหมายอยู่ที่การสร้างความเปลี่ยนแปลง ก่อนสถานการจะเปลี่ยนแปลงไป ด้วยวิธีการง่ายๆ ๘ ขั้นตอน    เรื่องย่อนิทาน เพื่อให้คนที่ไม่มีโอกาสได้อ่านหนังสือเล่มนี้พอเข้าใจ แต่จะไม่ลงรายละเอียด (เพราะถ้าคุณสนใจมันจริงๆ คุณต้องไปซื้อ หรือหามาอ่านเอง)        เพนกวินอาศัยอยู่บนเกาะน้ำแข็งของพวกมันมานาน หลายรุ่นจนเชื่อว่าเกาะน้ำแข็งของมันจะอยู่ในสภาพนี้ไปตลอดกาล แต่แล้วก็มีเกนกวินตัวหนึ่งพบว่าเกาะน้ำแข็ง บ้านของพวกมันกำลังค่อยๆละลายลงแล้ว และมีความเสี่ยงอย่างมากที่เกาะของพวกมันจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ    เพนกวินตัวนั้นนำเรื่องเข้าสู่คณะบริหารของกลุ่มเพนกวิน (อย่าสงสัยมาก...