Skip to main content

Posts

Showing posts with the label Work Fast

เพิ่มประสิทธิภาพในการมอบหมายงานด้วยหลัก 5 ประการ

ที่มา www.inc.com เห็นว่ามีเนื้อหาน่าสนใจดีนะครับ เลยอยากจะเก็บไว้ และแบ่งปันกัน    เมื่อเราเปลี่ยนสถานะจากลูกน้องตัวเล็กสุด มาเป็นหัวหน้า สิ่งที่ตามมาก็คือความรับผิดชอบที่มากขึ้น และเป็นเรื่องปกติที่ไอ้เจ้าความรับผิดชอบนั้นก็มักจะเกิดกว่าเวลาที่เรามี นั้นคือเหตุผลที่หัวหน้าจะต้องมีลูกน้อง เพื่อให้หัวหน้าได้มอบหมายงานต่างๆให้ทำ เพื่อให้ทีมสามารถทำงานต่างๆได้สำเร็จ    แต่ก็อีกนั้นแหละ การเปลี่ยนจากลงมือทำเอง ไปเป็นมอบหมายงานให้คนอื่นทำ จริงๆแล้วเป็นความท้าทายอย่างมาก เพราะยังไงซะสั่งตัวเองทำ มันก็ได้ดังใจอยู่แล้ว แต่พอเป็นคนอื่นทำ (ถึงจะดีเลิศ) ก็ไม่ค่อยจะได้ดั่งใจเท่าไร    นั้นคือเหตุผลที่ทำให้หัวหน้าหลายๆคน ที่เคยทำงานได้ดีมากในตอนเป็นลูกน้อง แต่กลับทำงานตอนเป็นหัวหน้าได้ไม่ดีเลย หลักๆก็เพราะไม่สามารถมอบหมายงานได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้นเอง หลักในการเพิ่มประสิทธิภาพในการมอบหมายงาน 5 ประการ คือ 1.  ต้องให้ความชัดเจน  :  เป้าหมายที่ต้องการ ระยะเวลา รูปแบบ หรืออะไรก็ตามที่คุณต้องการให้ลูกทีมเข้าใจ ให้มีความชัดเจนที่สุดที่จะทำได้ ก...

หัวหน้าของเรา เป็น ผู้จัดการ หรือ เป็น ผู้นำ

อย่างแรกเลยคือ อะไรคือความแตกต่างกันระหว่าง ผู้นำ กับ ผู้จัดการ ผู้จัดการ คือ คนที่คอยจัดการให้ลูกน้องทำงาน ตามที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จเสร็จสิ้น โดยมักจะเน้นไปที่การสร้างความหวาดกลัว  เปรียบเป็นตัวอย่างการทำงาน เสมือนกับการการเดินแถว ผู้จัดการจะเป็นคนที่เดินอยู่หน้าแถว แต่เดินถอยหลัง เพื่อจะได้จ้องจับผิด คนที่เดินอยู่ในแถว ว่าเดินได้ถูกต้อง หรือไม่ ผู้จัดการมักจะมีความเชื่อว่า ลูกน้องไม่สามารถเชื่อถือได้ หรือมีความสามารถไม่เพียงพอ จำเป็นที่จะต้องมีการจำตามองอย่างใกล้ชิด ไม่เช่นนั้นงานทุกอย่างจะต้องเกิดปัญหาใหญ่ขึ้น ผู้จัดการมักจะใช้ กฏ ระเบียบ ข้อบังคับต่างๆ มาใช้เป็นเครื่องมือในการควบคุมลูกน้อง อย่างที่บอกไป เน้นสร้างความกลัวให้กับลูกน้อง ผู้จัดการมักจะกลัวปัญหาทุกชนิด แม้แต่เรื่องเพียงเล็กน้อย ก็จะคิดว่าเป็นเรื่องใหญ่อยู่เสมอ และโดยมากมักจะให้ความสำคัญไปที่ "ใคร คือ สาเหตุ" ของปัญหา ผู้นำ คือ คนที่สร้างสภาวะที่เหมาะสมในการดึงเอาศักญภาพ ของลูกน้องออกมาให้ได้มากที่สุด โดยจะเน้นไปที่การสร้างขวัญ และกำลังใจ เปรียบเป็นตัวอย่างการทำงาน เสมือนกับการการเดินแถว ผู...

To Be Successful

6 Small Tips to be successful.    1.)  Desire  =>  You got to want it badly. you must be able to visualize it, see it clearly what you going to be once you got it.    2.)  Learn for more knowledge  =>  Never stop acquiring new specialized knowledge.    3.)  Take Action and stick to the plan  =>  Plan is mean nothing if you not put your hand on it and once you planed, keep on action. Don't change your plan too quickly and often. imagine you sail the both, but keep change direction all the time. How you going to reach your destination.    4.)  Surround yourself with successful people  =>  This kind of Good power which will bring you up.    5.)  Always positive  =>  Share your positive (good power) to others, and aware of the negative (bad power) which will drag you down.    6.)  Trust your GUT  =>  whenever, you...

ทำอย่างไร ถึงจะสามารถทำงานสำเร็จได้มากขึ้น โดยลงมือทำงานให้น้อยลง

   คุณเคยรู้สึกบางมั้ยว่าทำไมงานที่เราทำในแต่ล่ะวัน มันดูเหมือนจะไม่มีการลดลงบางเลย ทุกๆวันเราต้องทำงานอย่างหนัก ตั้งแต่เช้า จนเย็น (บางวันมีถึงดึก) เพื่อให้งานเสร็จ แต่พอวันรุ่งขึ้นเราก็เจอกับงานที่เยอะเกินกว่าที่จะทำไหวอีกแล้ว    ปัญหานี้เป็นเรื่องของการมีประสิทธิผลในการทำงานล้วนๆเลย ประสิทธิผลคืออะไร เราอาจจะเข้าใจผิดกันไปว่า การทำงานหนัก คือการทำงานได้มาก แต่จริงๆแล้ว การทำงานหนัก เป็นแค่ (input) ที่เราใส่เข้าไป มันไม่ได้หมายความว่า ผลลัพท์ (output) ที่จะได้ออกมานั้นจะดีตามไปด้วย    ดังนั้นการจะแก้ปัญหานี้ จึงไม่ใช่การทำงานให้หนักขึ้น แต่จะต้องเป็นการทำงานที่ฉลาดขึ้นซะมากกว่า ด้วยหลักการในการสร้างประสิทธิผลในการทำงานให้สูงขึ้น ทั้ง ๕ ข้อ    ๑.  จงใส่ใจกับการจัดการตัวเอง คือ วางแผน จัดการเวลาที่จะทำงานใดๆ ให้เสร็จ โดยหมายร่วมไปถึงการจัดเก็บเอกสาร อุปกรณ์ต่างๆที่มีความจำเป็นในการทำงานนั้นๆด้วย ไม่อย่างนั้นเราจะต้องมาเสียเวลาในการหาเอกสาร หรืออุปกรณ์ต่างๆอีก ทำให้ใช้เวลามากกว่าที่ควรจะเป็นได้    ๒.  ลุยงานที่มีความสำ...

เทคนิคในการบริหารเวลา

   ข่าวดีก็คือ คุณไม่ต้องเป็นยอดมนุษย์ หรือผู้วิเศษเพื่อที่จะสามารถจัดการกับเวลาได้ แต่อย่างไงก็ตามคุณจะต้องจัดการกับตัวเอง เพื่อให้ไปจัดการกับเวลาอีกที ในบทความนี้ผมขอเสนอ ๖ วิธีคิด วิธีปฏิบัติเพื่อการบริหารเวลาที่ดี โดยคุณเองก็น่าจะได้แนวคิดดีๆ เพื่อนำไปใช้จัดการกับเวลาของคุณบ้างไม่มากก็น้อย    ๑.  จดบันทึกกำหนดการต่างๆ รวมไปถึงการจัดเวลาเพื่อทำสิ่งต่างๆอยู่เสมอ เพราะสิ่งที่ทำให้คนเราเสียเวลามากที่สุดก็คือ การไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไร ณ เวลาใด ลองคิดดูว่าคุณเองเสียเวลากับการนั้งนึกว่าจะต้องทำไรบ่อย และนานแค่ไหน    ๒.  จัดลำดับความสำคัญของสิ่งต่างๆที่คุณจะต้องทำ ต้องไป จำไว้ว่าเราควรจะต้องทำแต่งานที่มีความสำคัญเท่านั้น อย่ามัวเสียเวลากับงานที่ไม่ได้มีคุณค่าแต่อย่างใด และถ้าหากเลือกได้ ให้แน่ใจว่าคุณลงมมือทำงานที่ยาก (และไม่อยากจะทำ) มากที่สุดเสียก่อน "จงกินคางคกตัวที่อ้วนที่สุดก่อนเสมอ"    ๓.  จงอย่ากลัวที่จะ "ปฏิเสธ" ต่อสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงาน หรือกิจกรรม ที่เราเห็นแล้วว่าไม่ได้มีความสำคัญใดๆ กับเรา เรื่องนี้จริงๆแล้ว สำหรับ...

หลักในการมอบหมายงาน

การมอบหมายงานคือ การที่เราแบ่งปันสิ่งที่จำเป็นจะต้องทำให้สำเร็จลุล่วง เพื่อให้งานหลักนั้นประสบความสำเร็จ ไปให้ทีมงานเป็นผู้ลงมือทำแทนที่เราจะต้องลงมือทำเอง เนื่องจากในความเป็นจริงแล้ว เราไม่สามารถที่จะทำทุกสิ่งทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง ถึงแม้ว่าเราจะอยากทำก็ตาม และเนื่องจากเป็นการมอบหมายให้ผู้อื่นทำ ทั้งวิธีการและผลลัพท์ของงานอาจจะไม่เหมือนอย่างที่เราคาดหวังไว้ก็ได้ ดังนั้นสิ่งที่เราจะต้องคิดเอาไว้เสมอเวลาที่เราจะมอบหมายงานให้ทีมงาน มีหลักสำคัญอยู่ ๓ ข้อ ๑, ในฐานะที่เป็นหัวหน้าของทีม คุณจะต้องทำเฉพาะงานที่สำคัญที่สุด และ/หรือ เป็นงานที่มีเฉพาะคุณเท่านั้นที่ทำได้ ๒,  ในฐานะที่เป็นหัวหน้าของทีม คุณมีความรับผิดชอบอย่างเต็มที่ ที่จะต้องให้งานสำเร็จอย่างราบลื่น ในเวลาที่กำหนด ดังนั้นการมอบหมายงานให้ทีมงาน จะต้องมีการสร้างระบบในการควบคุม check list เพื่อให้เห็นความคืบหน้าของงานอย่างชัดเจน ๓,  ในฐานะที่เป็นหัวหน้าของทีม นอกจากการระบุถึงผลที่ต้องการจากการมอบหมายงานใดๆ ให้กับทีมงานแล้ว คุณจะต้องให้การฝึกสอน (training) ที่จำเป็นให้กับทีมงานด้วย คำแนะนำในการสร้างระบบในการติดตาม...

มิติของลำดับงาน

มิติของลำดับงานเป็นภาษาไทย ที่ฟังแล้วนึกแทบไม่ออกเลยว่าคืออะไร ผมเองก็ไม่แน่ใจว่าจะอธิบายอย่างไรให้สามารถเข้าใจกันได้ง่ายๆ ก็เลยคิดว่าดูรูปดีกว่า น่าจะเข้าใจได้ง่ายขึ้นนะครับ โดยหลักการคือ จงแยกงานตามความสำคัญ และความเร่งด่วน แล้วจงพยายามเลือกทำแต่งานที่มีความสำคัญ (ข้อ ๑ และ ๒ เท่านั้น) ฟังดูง่าย ทำจริง แทบจะเป็นไปไม่ได้ เฮ้ออออ ความหมายของช่องแต่ล่ะช่อง ช่องที่๑  งานสำคัญ และเร่งด่วน        งานประเภทนี้ คืองานที่เป็นเรื่องคอขาดบาดตาย ต้องทำเดียวนี้ช้าไม่ได้ เป็นงานที่ไม่สามารถจะหลีกเลี่ยงได้ จึงไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากรีบลงมือทำซะ โดยบางงานอาจจะพัฒนาตัวเองจากงานในช่องที่๒ มาอยู่ในช่องที่๑ นี้ก็เป็นไปได้ ช่องที่๒ งานสำคัญ ที่ยังไม่เร่งด่วน        งานประเภทนี้เป็นงานที่เราควรจะต้องลงมือทำเสียตั้งแต่ยังมีเวลา เป็นงานแห่งการบริหารอย่างแท้จริง เป็นการสะท้อนความมีประสิทธิภาพในการทำงานของคนนั้นๆ แต่น่าเสียดายเนื่องจากเป็นงานที่ไม่เร่งรีบ หลายๆครั้งเราจึงไม่สนใจที่จะทำมัน โดยจะผัดผ่อนเลื่อนงานออกไปเรื่อยๆ จนหลายๆครั้งกลายเป็นปัญหาใหญ่...

แผนภาพวาดให้เป็น เก่งนำเสนอ

ผู้เขียน  :  Yamda Masao แปลโดย ประวัติ เพียรเจริญ ISBN  :  978-974-443-460-9 ปีที่พิมพ์ครั้งแรก  :  2012 จัดพิมพ์โดย  :  สำนักพิมพ์ ส.ส.ท. จำนวนหน้า  :  272 หน้า ราคา  :  220 บาท สรุปเนื้อหาสำคัญ    หนังสือเล่มนี้ไม่ได้เป็นหนังสือที่สอนวิธีการวาดภาพ แต่เป็นหนังสือที่สอนให้ใช้รูปภาพ (หมายถึง แผนภูมิ, กราฟ และตารางต่างๆ) เพื่อใช้ในการนำเสนอสิ่งต่างๆ ความคิดเห็น ข้อมูล ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งหวังให้คนอ่านสามารถทำความเข้าใจได้ง่ายขึ้น เพราะความคิดของแต่ล่ะคนไม่เหมือนกัน การนำเสนอความคิดด้วยภาพจึงมีความสำคัญมาก  "ความคิดถึงแม้จะดีแค่ไหน แต่ถ้าไม่สามารถอธิบายให้คนอื่นเข้าใจได้ ก็ไร้ประโยชน์"    โดยมีการแยกสัดส่วนของเนื้อหาได้ดี มีการสรุปเป็นหัวข้อๆ ให้เข้าใจได้ง่าย โดยแบ่งออกเป็น 6 กลุ่ม คือ  สารที่ต้องการสื่อออกไป เป็นการกำหนดสิ่งที่ต้องการจะถ่ายทอดออกไปให้ชัดเจน และเรียยเรียงอย่างมีระบบ รูปแบบ หรือกรอบความคิดที่จะใช้สำหรับสื่อสาร "สาร" ออกไป เช่นเป็นตารางข้อมูล เ...

จัดการเวลาให้มีมากกว่า 24 ชั่วโมง ไม่ยาก

ผู้เขียน  :  ทวีวรรณ กมลบุตร ISBN  :  978-616-236-302-3 ปีที่พิมพ์ครั้งแรก  :  2012 จัดพิมพ์โดย  :  Think Beyond จำนวนหน้า  :  224 หน้า ราคา  :  185 บาท สรุปเนื้อหาสำคัญ    เป็นหนังสือประเภทให้คำแนะนำในการจัดการเวลาของเรา โดยไม่ได้เน้นไปที่การทำงานให้เสร็จสิ้น แต่เป็นการแนะนำให้เริ่มจากการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนก่อนว่า งานไหนที่มีความสำคัญและต้องการทำให้เสร็จสิ้น งานไหนที่สามารถปฏิเสธได้ เทคนิคการสร้างความสำเร็จ ๑.  สานฝัน และสร้างเป้าหมาย ๒.  วางแผนโดยใส่วิธีการ และเวลาให้ชัดเจน ๓.  จัดลำดับงานที่มีความสำคัญก่อน และหลังให้ชัดเจน โดยเลือกทำสิ่งที่มีความสำคัญก่อน ๔.  ลงมือทำด้วยความตั้งใจ ไม่ยอมแพ้ Model การจัดเวลาแบบ 8+8+8     เป็นการแบ่งเวลาเป็น 3 ส่วน หลักคือ การทำงาน การพักผ่อนนอนหลับ และการทำกิจกรรมอื่นๆ (เช่น การเดินทาง การสันธนาการ) โดยเวลาในแต่ล่ะส่วนสามารถที่จะปรับเพิ่ม หรือลดได้ เพื่อให้เราประสบความสำเร็จในสิ่งที่เราคาดหวังไว้ เช่น  ...

ทำไม่งานจึงเดินช้า (ใครขวางทางอยู่)

ปัญหาปวดหัวของคนที่เป็นผู้จัดการส่วนใหญ่แล้วคือ  การที่งานไม่สามารถเดินหน้าไปได้อย่างที่มันควรจะเป็น อะไรคือสาเหตุของปัญหา ใครกันนะที่ไปขวางทางเดินของงานต่างๆ ไม่อยากจะบอกเลยว่า โดยมากแล้วคุณ (ผู้จัดการทั้งหลายนั้นแหละ) ที่เป็นคนไปขวางทาง ทำให้งานติดๆขัดๆ ลองดูสรุปสาเหตุ 5 ประการ ที่ผู้จัดการทำให้งานไม่เดินกันดูนะครับ 1.) การไม่ยอมให้ลูกน้องทำงานได้โดยสะดวก คือจะไม่ยอมให้งานมีการเดินหน้าไปได้เลย หากไม่ได้รับการเห็นชอบจากคุณก่อน ไม่ว่าเรื่องนั้นมันจะเล็กน้อยสักเพียงใด อย่าได้หวังว่าจะสามารถดำเนินการไปได้ก่อนที่คุณจะอนุญาติ การที่ทุกๆเรื่องต้องรอให้คุณมาตัดสินใจ แน่นอนที่สุดว่ามันจะทำให้คุณเหนื่อยมาก แต่ที่แย่ไปกว่านั้นคือ งานมันจะไม่สามารถเดินไปได้เลย เพราะต้องรอคุณก่อน          วิธีการแก้ไขปัญหานี้ สามารถทำได้โดยวิธีการง่ายมากๆเลยนั้นคือ ต้องปล่อยมันไป (Let's it Go) คุณต้องมอบหมายหน้าที่ ความรับผิดชอบ และอำนาจในการตัดสินใจบางอย่างออกไปให้กับ ลูกน้องของคุณ (ที่คุณคิดแล้วว่าเขามีความสามารถเพียงพอ) ไปจัดการ และคุณรู้มั้ยว่า ลูกน้อง(ที่มีคว...

ทำงานให้เสร็จภายใน 1 นาที

ผู้เขียน  :  ไซโต ทาคาชิ  แปลโดย วีณา หวัง   ISBN  :  978-616-70093-23-0 ปีที่พิมพ์ครั้งแรก  :  2010 จัดพิมพ์โดย  :  Siam Inter Multimedia จำนวนหน้า  :  232 หน้า ราคา  :  185 บาท สรุปเนื้อหาสำคัญ    เป็นหนังสือที่แนะนำว่าเราควรที่จะทำงานต่างๆ ด้วยความเร็วที่สูงที่สุดที่เราจะทำได้ โดยในที่นี้ แนะนำให้ทำงานทุกอย่างให้เสร็จสิ้นภายในเวลาเพียงแค่ 1 นาที ไม่ว่าจะเป็นการเขียนรายงาน การทำการประชุม การเสนอขาย    โดยในหลักการแล้ว ถ้าเราปล่อยให้เวลาในการทำงานอย่างไม่มีจำกัด เวลามันก็จะผ่านไปอย่างรวดเร็วทำให้เราไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นหากเราตั้งใจอย่างแรงกล้าที่จะทำสิ่งต่างๆให้เสร็จในเวลาที่สั้นมากๆ ตัวเราเองก็จะตอบสนองโดยการทำสิ่งต่างๆได้อย่างเร็วยิ่งขึ้น จุดเด่น มีการแบ่งแยกเป็นหัวข้อๆ ทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น จุดอ่อน         ตัวอย่างที่หนังสือยกมา ยังเข้าใจได้ยาก ทำให้การนำมาประยุกค์ใช้จริงเป็นเรื่องที่ยังยากอยู่มาก สิ่งที่ได...

กลยุทธ์ Lanchester ยุทธการ ล้มเบอร์หนึ่ง ของมือรอง

ผู้เขียน  :  Nawata Ryo  แปลโดย ประวัติ เพียรเจริญ ISBN  :  978-974-443-531-6 ปีที่พิมพ์ครั้งแรก  :  2010 จัดพิมพ์โดย  :  สำนักพิมพ์ ส.ส.ท. จำนวนหน้า  :  257 หน้า ราคา  :  229 บาท สรุปเนื้อหาสำคัญ    เป็นหนังสือที่อธิบายถึง กลยุทธ์ Lanchester ที่ต้นกำเนิดเป็นกลยุทธ์ที่ใช้ในการประเมินในการ ความสามารถในการต่อสู้ อัตราความสำเร็จ และการสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้นในการทางทหารในช่วงสงครามโลกครั้งที่1 (คศ 1868-1946) โดย F.W. Lanchester โดยในภายหลังจากสงครามได้มีการนำหลักการกลยุทธ์ดังกล่าวมาปรับใช้ในวงการธุรกิจ ซึ่งพัฒนาโดย B.O. Koopman แห่งมหาวิทยาลัย โคลัมเบีย แต่ได้รับการพัฒนา และใช้อย่างแพร่หลายในญึ่ปุนโดย อาจารย์ Taoka Nobuo    หลักการสำคัญคือ เราต้องเลือกรูปแบบ และพื้นที่ที่เราจะทำการต่อสู้ โดยต้องให้เหมาะกับสภาวะ และศักยภาพที่เรามี โดยถ้าเราเป็นผู้นำ กลยุทธ์ที่เราต้องใช้คือ ตามคู่แข่งให้ทัน ในขณะที่ถ้าหากว่าเราเป็นตามกลยุทธ์สำคัญที่เราต้องทำคือ กลยุทธ์สร้างความแตกต่าง หลักการวิเคราะห์...

เปลี่ยนวิธีทำงานแค่ 1% คุณก็แซงหน้าคน 99% ได้แล้ว 99%の人がしていないたった1%の仕事のコツ

ผู้เขียน  :  Eitaro Kono แปลโดย ทินภาส พาหะนิชย์ ISBN  :  978-616-287-084-2 ปีที่พิมพ์ครั้งแรก  :  2012 จัดพิมพ์โดย  :  We Learn จำนวนหน้า  :  211 หน้า ราคา  :  170 บาท สรุปเนื้อหาสำคัญ    ในการทำงานมีสิ่งต่างๆ มากมายที่เราจะต้องทำ แต่ในสิ่งต่างๆ มากมายเหล่านั้นมีสิ่งเล็กๆน้อยๆ ที่เราสามารถสร้างความแตกต่างได้ โดยสิ่งเหล่านั้นจะทำให้เราสามารถทำงานได้อย่างเรียบร้อย และได้ผลดีกว่าคนอื่นๆ โฮเร็นโซ (Ho-Ren-So)  - ในการรายงานให้เริ่มจากกลุ่มใหญ่ ไปเล็ก (ถ้าต้องการบอกเรื่องใบไม้ ให้เริ่มจากป่า มา ต้นไม้ กิ่งไม่ และในที่สุดก็เป็นเรื่องใบไม้  - ต้องตอบให้ตรงคำถามเสมอ ถ้ามีข้อมูลที่ต้องการจะเสนอเพิ่มเติม ค่อยเพิ่มหลังจากตอบคำถาม  - ในการสื่อสารให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด คือการพูดคุยกันโดยตรงตัวต่อตัว การโทรศัพท์ และสุดท้ายคือการส่งอีเมล  - เตรียมข้อมูลให้อีกฝ่ายให้มากที่สุด เพื่อให้สามารถตัดสินใจได้ดีที่สุด การประชุม  - ต้องมีการกำหนดจุดมุ่งหมาย และเป้าหมายของการประชุมเสมอ (โดยจุดมุ...

สำเร็จได้ในแบบที่คุณเป็น ทำไมต้องเปลี่ยนไปทำตามคนอื่นในเมื่อคุณสามารถประสบความสำเร็จได้ด้วยจุดแข็งของตัวเอง - A Peacock in the Land of Penguins

ผู้เขียน  :  BJ Gallagher Hateley & Warren H. Schmidt แปลโดย นาถกมล บุญรอดพาณิชย์ ISBN  :  978-616-287-041-5 ปีที่พิมพ์ครั้งแรก  :  1995 จัดพิมพ์โดย  :     สำนักพิมพ์วีเลิร์น - WeLearn จำนวนหน้า  :  192 หน้า ราคา  :  150 บาท สรุปเนื้อหาสำคัญ    เป็นหนังสือที่ให้กำลังใจตัวเอง สำหรับคนที่มีความรู้สึกว่าเราแตกต่าง รู้สึกว่าไม่ต้องการที่จะเป็นแบบคนอื่นทั่วๆไป แต่ก็ไม่แน่ใจ โดยในหนังสือยังมีคำแนะนำ "เพื่อความอยู่รอด" ให้ด้วย ผ่านทางงานเขียนที่คล้ายจะเป็นนิทาน ทำให้เข้าใจง่ายขึ้น โดยตัวละครแต่ละตัวมีจะมีบุคลิก แตกต่างกันไปเป็นตัวแทนของคนแต่ล่ะแบบ    ลักษณะขององค์กรทั่วโลกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกัน คือ มีผู้บริหารระดับสูง พวกผู้จัดการทั้งหลาย ที่ชอบใส่เสื้อสูทเพนกวิน    ดังนั้นหากนกตัวไหนต้องการที่จะประสบความสำเร็จก็จะต้องทำตัวให้เหมือนกับนกเพนกวิน คือต้องทำตัวตามอย่างผู้นำ ฝ่ายที่ทำหน้าที่พัฒนาบุคคลากร ก็ออกแบบการฝึกอบรมเพื่อให้มีลักษณะเหมาะกับการเป็นเพนกวิน คำพูดที่นิยมพูดกั...

HO - REN - SO

HO --> HOKOKU --> Reporting. REN --> RENKAKU --> Consulting. SO --> SODAN --> Discussing. This is how it work as Japanese style, there also the levels of reporting as 1.) Raw data (What exactly happen). 2.) Data (Raw data + emotion). 3.) Information (Data + Suggestion). Mostly the system will work as what the superior act, mean superior is the most important environment for the staffs.  ex) In tennis, how player return the ball is up to how you serve. With this system you will have to be always awareness of objective. Foreseen the trouble and get (prepare) information needed to solve it. You should report as much as you can, even the job it isn't done yet to alert everybody, what you are doing and what they should response to. With this system there will be automatic get involved from the people by let them have the proper information.So, there was no one would be leaved behind everybody working together, help each others to reach to the goal. ...

Decision making

Decision making is the most common thing in every day working life these some tip that might help. 1.)  Define your trouble. 2.)  Collect as much as data you can. 3.)  Analysis your data make them to be information. Try your best to find cause of the trouble. hint: any trouble have their own symptoms and this will help you define cause of trouble. 4.)  After you know what the trouble, you have to list the solutions (surely there will be more than one solution in every trouble). you may called it "Decision tree" that will help you to see all possibility to solve trouble. 5.)  Estimate all the decision tree to check the consequence, then choose the best condition to solve the trouble. 6.)  If possible you should try to simulate the solution to see if there any trouble. 7.)  Making your Decision. Good Luck you All !!!

ทำน้อยให้ได้มาก - The Power of LESS

ผู้เขียน  :  Leo Babauta ISBN  :  978-616-7164-67-0 ปีที่พิมพ์ครั้งแรก  :  2009 จัดพิมพ์โดย  :  สำนักพิมพ์วีเลิร์น - WeLearn จำนวนหน้า  :  190 หน้า ราคา  :  170 บาท สรุปเนื้อหาสำคัญ    เป็นหนังสือที่นำเสนอแนวคิด แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการทำที่เน้นให้เกิดประสิทธิผลให้มากที่สุด ด้วยการเน้นทำเป็นเรื่องๆ จัดการให้เสร็จที่ละอย่าง โดยผู้เขียนมีการยกตัวอย่างต่างๆ เพื่อให้ผู้อ่านสามารถเห็นภาพได้มากที่สุด หลักการ 6 ข้อในการทำน้อยให้ได้มาก 1.)  สร้างข้อจำกัด (อย่าปล่อยให้ทุกๆอย่าง เกิดขึ้นอย่างไม่มีข้อจำกัด) 2.)  เลือกแต่สิ่งที่สำคัญ (เราไม่สามารถที่จะทำทุกอย่างทั้งหมดได้ จงเลือกซะ) 3.)  ทำให้เรียบง่ายขื้น (อย่าทำสิ่งต่างๆ ให้สลับซับซ่อน) 4.)  จดจ่อ (จงทำสิ่งที่เลือกแล้ว อย่างจดจ่อ ไม่ว้อกแว้ก) 5.)  สร้างนิสัย (ง่ายๆ พยายามทำมันอย่างต่อเนื่อง) 6.)  เริ่มจากสิ่งเล็กๆ หรือง่ายๆ (การทำสิ่งที่ยากเกินไป จะทำให้หมดกำลังใจได้ และมันจะทำให้เราล้มเลิกได้ง่ายกว่าที่เราคิด) คำแนะนำ...