Skip to main content

กลยุทธ์ Lanchester ยุทธการ ล้มเบอร์หนึ่ง ของมือรอง



ผู้เขียน  :  Nawata Ryo  แปลโดย ประวัติ เพียรเจริญ
ISBN  :  978-974-443-531-6
ปีที่พิมพ์ครั้งแรก  :  2010
จัดพิมพ์โดย  :  สำนักพิมพ์ ส.ส.ท.
จำนวนหน้า  :  257 หน้า
ราคา  :  229 บาท

สรุปเนื้อหาสำคัญ

   เป็นหนังสือที่อธิบายถึง กลยุทธ์ Lanchester ที่ต้นกำเนิดเป็นกลยุทธ์ที่ใช้ในการประเมินในการ ความสามารถในการต่อสู้ อัตราความสำเร็จ และการสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้นในการทางทหารในช่วงสงครามโลกครั้งที่1 (คศ 1868-1946) โดย F.W. Lanchester โดยในภายหลังจากสงครามได้มีการนำหลักการกลยุทธ์ดังกล่าวมาปรับใช้ในวงการธุรกิจ ซึ่งพัฒนาโดย B.O. Koopman แห่งมหาวิทยาลัย โคลัมเบีย แต่ได้รับการพัฒนา และใช้อย่างแพร่หลายในญึ่ปุนโดย อาจารย์ Taoka Nobuo

   หลักการสำคัญคือ เราต้องเลือกรูปแบบ และพื้นที่ที่เราจะทำการต่อสู้ โดยต้องให้เหมาะกับสภาวะ และศักยภาพที่เรามี โดยถ้าเราเป็นผู้นำ กลยุทธ์ที่เราต้องใช้คือ ตามคู่แข่งให้ทัน ในขณะที่ถ้าหากว่าเราเป็นตามกลยุทธ์สำคัญที่เราต้องทำคือ กลยุทธ์สร้างความแตกต่าง


หลักการวิเคราะห์ 3C


1.) Customer คือการวิเคราะห์ลูกค้า ซึ่งก็คือการวิเคราะห์เรื่องของตลาด ทั้งในด้านขนาด อัตราการเติบโต ความต้องการของลูกค้า พฤติกรรมการบริโภค เป็นต้น 

2.) Competitor คือการวิเคราะห์คู่แข่งขัน หรือสภาพการแข่งขัน เช่นมาร์เก็ตแชร์ของแต่ล่ะบริษัท จุดเด่นของแต่ล่ะบริษัท การวางตำแหน่งทางการตลาดของแต่ล่ะบริษัท เป็นต้น

3.) Company คือการวิเคราะห์บริษัทของตัวเอง เช่นวิสัยทัศน์ สภาพปัจจุบันของธุรกิจ ทรัพยากรทางธุรกิจ พนักงาน เงินทุน เป็นต้น

ความแตกต่างระหว่างกลยุทธ์ กับยุทธวิธี


กลยุทธ์ คือกิจกรรมที่มองด้วยตาไม่เห็น กล่าวคือเป็นการวางแผนการที่จะสามารถนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายของกิจกรรมต่างๆ โดยการจัดสรรทรัพยากรอย่างเหมาะสมที่สุด

ยุทธวิธี คือกิจกรรมที่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน กล่าวคือ วิธีในการนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติให้เกิดผลขึ้นจริง

กลยุทธ์สำหรับมือรอง คือการสร้างความแตกต่าง ใช้การมุ่งเล็งไปที่เป้าหมายเดียว และสร้างให้เป็นที่หนึ่งในพี้นที่นั้นๆ



เป้าหมาย และความหมายของระดับ market share

73.9%  :  เป็นการครอบครองตลาดแบบเบ็ดเสร็จ มีความมั่นคงสูงมาก ผู้นำตลาดใช้เพียงแค่กลยุทธ์การตามประกบก็เพียงพอ
41.7%  :  เป็นระดับที่มีเสถียรภาพสูงมาก โดยเป็นตัวเลขที่บริษัทส่วนมากนำไปตั้งเป็นเป้าหมาย
26.1%  :  เป็นระดับต่ำที่สุดในการมีเสถียรภาพ โดยหากมีระดับ market share ที่ต่ำกว่านี้จะไม่มีความเป็นเสถียรภาพในตลาดแล้ว (เป็นเป้าหมายขั้นต่ำ สำหรับคนที่อยากจะเป็นผู้นำ)
19.3%  :  เป็นเป้าหมายของผู้ท้าชิงตำแหน่งผู้นำตลาด คือเป็นผู้นำในกลุ่มผู้ตามนั้นเอง
10.9%  :  เป็นระดับต่ำสุดที่สามารถสร้างผลกระทบโดยร่วมต่อตลาดได้ โดยในระดับ 10% นั้นถือว่าเป็นก้าวแรกของการมีรากฐานที่มั่นคง
6.8%  :  เป็นระดับเป้าหมายของการคงอยู่ โดยอาจจะนำมาใช้เป็นจุดในการตัดสินใจที่จะอยู่ หรือถอนตัวออกจากธุรกิจก็ได้
2.8%  :  เป็นจุดชี้วัดของการเข้าสู่ตลาด เป็นจุดต่ำสุดที่ตลาดจะยังคงรับรู้ได้ว่ามีสิ่งนี้อยู่ในตลาด หากเราเข้าสู่ตลาดใหม่ นี้เป็นเป้าหมายที่ต้องไปให้ถึงเพื่อให้ตลาดรับรู้ถึงตัวเรา หากเวลาผ่านไปนานแล้วยังไม่สามารถไปถึงยังจุดนี้ได้ ไม่ว่าจะเพราะอะไรก็ตาม ให้ทบทวนถึงการถอนตัวออกจากธุรกิจ เนื่องจากตลาดไม่รับรู้ถึงการมีอยู่ของเราเลย

หลักในการสร้างความแตกต่างของมือรอง

การสร้างความแตกต่างด้วย "ปรัชญาทางธุรกิจ (วิสัยทัศน์)", "ทรัพยากรบุคคล (ทักษะที่เหนือกว่า)", "การบริการ", "การเลือกพื้นที่ (เจาะลึกในพื้นที่ทางการตลาด)", "ผลิตภัณฑ์" 



ข้อคิดที่ได้จากหนังสือเล่มนี้ สำหรับผม

   
โดยส่วนตัวผมชอบหนังสือเล่มนี้มากครับ เหมาะมากกับคนที่ชอบอ่านหนังสือในแนวกลยุทธ์ธุรกิจ อ่านได้ง่ายไม่น่าเบื่อ ไม่เป็นวิชาการมากเกินไป ได้ให้แนวในการมองเรื่องของส่วนแบ่งตลาดได้ดี ได้เข้าใจถึงการดำเนินกลยุทธ์ของเจ้าตลาด และเบอร์สอง สามได้ดี แนะนำว่าเป็นหนังสือที่ต้องอ่านเลยครับ

ตุลาคม 2557

Comments

Popular posts from this blog

แผนภาพวาดให้เป็น เก่งนำเสนอ

ผู้เขียน  :  Yamda Masao แปลโดย ประวัติ เพียรเจริญ ISBN  :  978-974-443-460-9 ปีที่พิมพ์ครั้งแรก  :  2012 จัดพิมพ์โดย  :  สำนักพิมพ์ ส.ส.ท. จำนวนหน้า  :  272 หน้า ราคา  :  220 บาท สรุปเนื้อหาสำคัญ    หนังสือเล่มนี้ไม่ได้เป็นหนังสือที่สอนวิธีการวาดภาพ แต่เป็นหนังสือที่สอนให้ใช้รูปภาพ (หมายถึง แผนภูมิ, กราฟ และตารางต่างๆ) เพื่อใช้ในการนำเสนอสิ่งต่างๆ ความคิดเห็น ข้อมูล ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งหวังให้คนอ่านสามารถทำความเข้าใจได้ง่ายขึ้น เพราะความคิดของแต่ล่ะคนไม่เหมือนกัน การนำเสนอความคิดด้วยภาพจึงมีความสำคัญมาก  "ความคิดถึงแม้จะดีแค่ไหน แต่ถ้าไม่สามารถอธิบายให้คนอื่นเข้าใจได้ ก็ไร้ประโยชน์"    โดยมีการแยกสัดส่วนของเนื้อหาได้ดี มีการสรุปเป็นหัวข้อๆ ให้เข้าใจได้ง่าย โดยแบ่งออกเป็น 6 กลุ่ม คือ  สารที่ต้องการสื่อออกไป เป็นการกำหนดสิ่งที่ต้องการจะถ่ายทอดออกไปให้ชัดเจน และเรียยเรียงอย่างมีระบบ รูปแบบ หรือกรอบความคิดที่จะใช้สำหรับสื่อสาร "สาร" ออกไป เช่นเป็นตารางข้อมูล เ...

ส่วนประกอบของ android แอพพลิเคชัน (Android Application Component)

    ส่วนประกอบของ แอพพลิเคชัน (Application Component) สามารถแบ่งออกได้เป็น ๔ ประเภทดังนี้ ๑. Activity (User Interface)  คือ สิ่งท่ีใช้ในการแสดงผลออกมาเพื่อให้ผู้ใช้งานได้เห็น และได้ใช้งานโดย แต่ละแอปพลิเคชนััน อาจจะมีActivity เดียว หรือหลายๆ Activity และส่ิงที่อยู่ใน Activity นั้นจะเรียกว่า View ซึ่งมีอยู่หลายรูปแบบ เช่น button, text field, scroll bars, menu items, check boxes และอื่นๆ ๒. Service (Service Provider)  เป็นส่วนที่ไม่มีการแสดงผลแต ถูกเรียกใช้ให้ รันอยู่ในลักษณะของ background process โดย service นั้นอาจจะมีการกระทำ อะไรบางอย่าง เช่น ติดต่อรับส่งข้อมูลผ่านเครือข่าย หรือคำนวณค่าต่างๆ แล้วทำการส่งข้อมูลไปแสดงยัง Activity ก็ได้ หรือการเปิดเพลงในขณะที่เรากำลังทำงานบน แอพพลิเคชั่นอื่น ๓. Broadcast receiver (DataProvider)  คือ ตัวที่ใช้สำหรับคอยรับและตอบสนองต่อ เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดข้ึน เช่น เมื่อแบตเตอรี่ต่ำ ,การเปล่ียนภาษา, มีการโทรออก, มีข้อความเข้าและอื่นๆ ถึงแม้ broadcast receiver จะไม่มีส่วนของการแสดงผลแต่ก็สามารถที่จะเรียก...

เมื่อภูเขาน้ำแข็งละลาย Our Iceberg Is Melting

ผู้เขียน  :  John Kotter & Holger Rathgeber แปลโดย  :  ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย ISBN  :  978-974-655-404-6 ปีที่พิมพ์  :  2010 สำนักพิมพ์  :  มหาวิทยาลัยศรีปทุม จำนวนหน้า  :  158 หน้า ราคา  :  280 บาท  สรุปเนื้อหาสำคัญ    เป็นนิทานที่มีการดำเนินเรื่องอยู่ที่ แอนตาร์กติกา โดยมีตัวเอกเป็นเพนกวิน โดยมีเป้าหมายอยู่ที่การสร้างความเปลี่ยนแปลง ก่อนสถานการจะเปลี่ยนแปลงไป ด้วยวิธีการง่ายๆ ๘ ขั้นตอน    เรื่องย่อนิทาน เพื่อให้คนที่ไม่มีโอกาสได้อ่านหนังสือเล่มนี้พอเข้าใจ แต่จะไม่ลงรายละเอียด (เพราะถ้าคุณสนใจมันจริงๆ คุณต้องไปซื้อ หรือหามาอ่านเอง)        เพนกวินอาศัยอยู่บนเกาะน้ำแข็งของพวกมันมานาน หลายรุ่นจนเชื่อว่าเกาะน้ำแข็งของมันจะอยู่ในสภาพนี้ไปตลอดกาล แต่แล้วก็มีเกนกวินตัวหนึ่งพบว่าเกาะน้ำแข็ง บ้านของพวกมันกำลังค่อยๆละลายลงแล้ว และมีความเสี่ยงอย่างมากที่เกาะของพวกมันจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ    เพนกวินตัวนั้นนำเรื่องเข้าสู่คณะบริหารของกลุ่มเพนกวิน (อย่าสงสัยมาก...