Skip to main content

Posts

Showing posts with the label เปลื่ยนแปลงตัวเอง

6 สิ่งที่จะต้องทำ หากอยากจะประสบความสำเร็จ

   หากคุณต้องการที่จะประสบความสำเร็จ เรามีคำแนะนำดีๆ 6 ข้อมานำเสนอคุณ 1.)  จงมีความต้องการอย่างแรงกล้าในสิ่งนั้นๆ คุณจะไม่สามารถที่จะทำสิ่งต่างๆที่คุณต้องการมันเพียงแค่ครึ่งๆ กลางๆเท่านั้น คุณจะต้องต้องการมันอย่างแรงกล้า คุณจะต้องมองเห็นในสิ่งทีคุณต้องการ (เห็นภาพว่าเมื่อได้มันมาแล้วคุณจะเป็นอย่างไร) 2.)  จงเรียนรู้อยู่เสมอ จงอย่าหยุดเรียนรู้ จงแสวงหาความรู้อยู่เสมอ อย่าปล่อยให้ตัวเองกลายเป็นคนล้าหลังไปได้ 3.)  จงลงมือทำและยึดอยู่กับแผนที่ได้วางมาแล้วอยู่เสมอ อย่าได้ทำการเปลี่ยนแผนการของคุณง่ายๆ หลังจากลงมือทำไปได้เพียงครู่เดียว ลองนึกดูว่าคุณจะพายเรือไปให้ถึงฝั่งได้อย่างไร หากคุณเอาแต่เปลี่ยนเส้นทางจากซ้ายไปขวา และจากขวาไปซ้ายอยู่ตลอดเวลา จงให้เวลากับแผนของคุณ ที่คุณแน่ใจว่าได้วางมันมาเป็นอย่างดีแล้ว ยึดติดกับแผนตั้งหน้าตั้งตาทำตามแผนจนกว่าจะสำเร็จ (แน่นอนว่าหากคุณได้ให้เวลากับมันแล้ว แต่เห็นได้ชัดว่ามันผิด การปรับเปลี่ยนก็คือความจำเป็น) 4.)  จงไปอยู่ในกลุ่มของผู้ที่ประสบความสำเร็จ มันอาจจะเป็นเรื่องของแรงดึงดูด แต่เชื่อสิคนที่ประสบความสำเร็จจะดึงค...

32 Days Challenge (2 June ~ 4 July 2017)

เอาล่ะ ท้าทายตัวเองสักหน่อย ตอนนี้รู้สึกตัวเองมันหน่วงๆ เฉื่อยๆ ยังไงไม่รู้ ที้งไว้นานกลัวจะเฉื่อยไปเลย ดังนั้น ตั้งกติกาง่ายๆ เพื่อท้าทายตัวเองดู สัก 3 อย่างก็พอ (เยอะไปทำไม่ไหว แล้วพาลจะเลิกไปเลย) เอาแค่ที่คิดว่าสามารถทำได้ก่อนแล้วกัน 1.)  หมูแข็งแรง     >>     อ้วนไม่ใช่ปัญหา (จริงๆ เป็นเพราะห้ามปากไม่ได้ซะมากกว่า) แต่รูปร่าง กับสุขภาพนี้สิสำคัญ           เป้าหมาย  :  ให้รูปร่างดูเข้าท่าขึ้น ไม่ให้อ้วนลงพุง ให้มีความฟิตมากขึ้นอย่าให้รูัสึกแก่เกินไป        วิธีการ               ๑.  ออกกำลังกายเล็กๆ ทุกเช้า ประมาณ 7 ~ 10 นาที               ๒.  วิ่งสัก ๒ ครั้งต่อสัปดาห์ 2.)  Up blog เข้าไปสิ     >>     ความคิดมากมายที่อยากจะทำ ทำได้ไม่ได้ไม่เป็นไร มาเขียนเอาไว้ก่อน ความเร็วเป็นเรื่องสำคัญ ดูสิว่าจะไหวมั้ย        เป้าหมาย  :  ให้มีความขยันในการจะ...

ทำอย่างไร ถึงจะสามารถทำงานสำเร็จได้มากขึ้น โดยลงมือทำงานให้น้อยลง

   คุณเคยรู้สึกบางมั้ยว่าทำไมงานที่เราทำในแต่ล่ะวัน มันดูเหมือนจะไม่มีการลดลงบางเลย ทุกๆวันเราต้องทำงานอย่างหนัก ตั้งแต่เช้า จนเย็น (บางวันมีถึงดึก) เพื่อให้งานเสร็จ แต่พอวันรุ่งขึ้นเราก็เจอกับงานที่เยอะเกินกว่าที่จะทำไหวอีกแล้ว    ปัญหานี้เป็นเรื่องของการมีประสิทธิผลในการทำงานล้วนๆเลย ประสิทธิผลคืออะไร เราอาจจะเข้าใจผิดกันไปว่า การทำงานหนัก คือการทำงานได้มาก แต่จริงๆแล้ว การทำงานหนัก เป็นแค่ (input) ที่เราใส่เข้าไป มันไม่ได้หมายความว่า ผลลัพท์ (output) ที่จะได้ออกมานั้นจะดีตามไปด้วย    ดังนั้นการจะแก้ปัญหานี้ จึงไม่ใช่การทำงานให้หนักขึ้น แต่จะต้องเป็นการทำงานที่ฉลาดขึ้นซะมากกว่า ด้วยหลักการในการสร้างประสิทธิผลในการทำงานให้สูงขึ้น ทั้ง ๕ ข้อ    ๑.  จงใส่ใจกับการจัดการตัวเอง คือ วางแผน จัดการเวลาที่จะทำงานใดๆ ให้เสร็จ โดยหมายร่วมไปถึงการจัดเก็บเอกสาร อุปกรณ์ต่างๆที่มีความจำเป็นในการทำงานนั้นๆด้วย ไม่อย่างนั้นเราจะต้องมาเสียเวลาในการหาเอกสาร หรืออุปกรณ์ต่างๆอีก ทำให้ใช้เวลามากกว่าที่ควรจะเป็นได้    ๒.  ลุยงานที่มีความสำ...

เทคนิคในการบริหารเวลา

   ข่าวดีก็คือ คุณไม่ต้องเป็นยอดมนุษย์ หรือผู้วิเศษเพื่อที่จะสามารถจัดการกับเวลาได้ แต่อย่างไงก็ตามคุณจะต้องจัดการกับตัวเอง เพื่อให้ไปจัดการกับเวลาอีกที ในบทความนี้ผมขอเสนอ ๖ วิธีคิด วิธีปฏิบัติเพื่อการบริหารเวลาที่ดี โดยคุณเองก็น่าจะได้แนวคิดดีๆ เพื่อนำไปใช้จัดการกับเวลาของคุณบ้างไม่มากก็น้อย    ๑.  จดบันทึกกำหนดการต่างๆ รวมไปถึงการจัดเวลาเพื่อทำสิ่งต่างๆอยู่เสมอ เพราะสิ่งที่ทำให้คนเราเสียเวลามากที่สุดก็คือ การไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไร ณ เวลาใด ลองคิดดูว่าคุณเองเสียเวลากับการนั้งนึกว่าจะต้องทำไรบ่อย และนานแค่ไหน    ๒.  จัดลำดับความสำคัญของสิ่งต่างๆที่คุณจะต้องทำ ต้องไป จำไว้ว่าเราควรจะต้องทำแต่งานที่มีความสำคัญเท่านั้น อย่ามัวเสียเวลากับงานที่ไม่ได้มีคุณค่าแต่อย่างใด และถ้าหากเลือกได้ ให้แน่ใจว่าคุณลงมมือทำงานที่ยาก (และไม่อยากจะทำ) มากที่สุดเสียก่อน "จงกินคางคกตัวที่อ้วนที่สุดก่อนเสมอ"    ๓.  จงอย่ากลัวที่จะ "ปฏิเสธ" ต่อสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงาน หรือกิจกรรม ที่เราเห็นแล้วว่าไม่ได้มีความสำคัญใดๆ กับเรา เรื่องนี้จริงๆแล้ว สำหรับ...

มิติของลำดับงาน

มิติของลำดับงานเป็นภาษาไทย ที่ฟังแล้วนึกแทบไม่ออกเลยว่าคืออะไร ผมเองก็ไม่แน่ใจว่าจะอธิบายอย่างไรให้สามารถเข้าใจกันได้ง่ายๆ ก็เลยคิดว่าดูรูปดีกว่า น่าจะเข้าใจได้ง่ายขึ้นนะครับ โดยหลักการคือ จงแยกงานตามความสำคัญ และความเร่งด่วน แล้วจงพยายามเลือกทำแต่งานที่มีความสำคัญ (ข้อ ๑ และ ๒ เท่านั้น) ฟังดูง่าย ทำจริง แทบจะเป็นไปไม่ได้ เฮ้ออออ ความหมายของช่องแต่ล่ะช่อง ช่องที่๑  งานสำคัญ และเร่งด่วน        งานประเภทนี้ คืองานที่เป็นเรื่องคอขาดบาดตาย ต้องทำเดียวนี้ช้าไม่ได้ เป็นงานที่ไม่สามารถจะหลีกเลี่ยงได้ จึงไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากรีบลงมือทำซะ โดยบางงานอาจจะพัฒนาตัวเองจากงานในช่องที่๒ มาอยู่ในช่องที่๑ นี้ก็เป็นไปได้ ช่องที่๒ งานสำคัญ ที่ยังไม่เร่งด่วน        งานประเภทนี้เป็นงานที่เราควรจะต้องลงมือทำเสียตั้งแต่ยังมีเวลา เป็นงานแห่งการบริหารอย่างแท้จริง เป็นการสะท้อนความมีประสิทธิภาพในการทำงานของคนนั้นๆ แต่น่าเสียดายเนื่องจากเป็นงานที่ไม่เร่งรีบ หลายๆครั้งเราจึงไม่สนใจที่จะทำมัน โดยจะผัดผ่อนเลื่อนงานออกไปเรื่อยๆ จนหลายๆครั้งกลายเป็นปัญหาใหญ่...

เป็นหนึ่งเดียว ดีกว่าเป็นที่หนึ่ง

ผู้เขียน  :  Kotaro Hisui, Mihiro Hitaka แปล  :  ดร.จารุนันท์ ธนสารสมบัติ ISBN  :  978-974-443-619-1 ปีที่พิมพ์  :  2014 สำนักพิมพ์  :  ส.ส.ท. จำนวนหน้า  :  232 หน้า ราคา  :  190 บาท  สรุปเนื้อหาสำคัญ    แน่นอนหนังสือเล่มนี้เป็น หนังสือในแนวให้กำลังใจตัวเอง โดยในหนังสือแบ่งออกเป็นภาคใหญ่ๆ อยู่ 5 ภาค ๑. ดึงเสน่ห์ของคุณออกมา ผ่านเรื่องราว ๑๒ เรื่องที่จะทำให้คุณ "รักตัวเอง" มากขึ้น  ๒. มุมมองที่มีต่อโลกเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ผ่านเรื่องราว ๑๐ เรื่องที่จะทำให้คุณ "เป็นสุข" นับจากวินาทีนี้ ๓. เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขึ้นกับความสัมพันธ์ ผ่านเรื่องราวที่จะทำให้คุณรู้ว่า "คุณไม่ได้เดียวดาย" ๔. ทุกๆวันคือความมหัศจรรย์ที่ไม่สิ้นสุด ผ่านเรื่องราว ๑๒ เรื่องที่จะทำให้คุณ "ใช้ชีวิต" สนุกยิ่งขึ้น ๕. ย่างก้าวแรก ณ บัดนี้ ผ่านเรื่องราว ๑๖ เรื่องที่จะทำให้ "ความฝัน" ของคุณเป็นจริงขึ้นมา    ถึงแม้ในแต่ล่ะเรื่องราวจะเป็นเพียงบทความสั้นๆ ที่ดูเหมือนจับเอาแต่หัวข้อสำคัญ ของบทความจาก...

Dare To Do = กล้าลุยไม่กลัวล้ม

ผู้เขียน  :  กรณ์ จาติกวณิช ISBN  :  978-616-382-400-4 ปีที่พิมพ์  :  2015 สำนักพิมพ์  :  The Five Frogs จำนวนหน้า  :  256 หน้า ราคา  :  290 บาท  สรุปเนื้อหาสำคัญ    หนังสือเล่มนี้เป็นเหมือนกับการรวบรวมตัวอย่างของคนทั้งรุ่นใหม่ และรุ่นเก่าที่มีความกล้า กล้าที่จะทำในสิ่งที่ตัวเองเชื่อ ตัวเองฝันไว้ โดยไม่กลัวความยากลำบาก หรือความล้มเหลวที่อาจจะเกิดขึ้นได้ อาจจะกล่าวได้ว่าเป็นหนังสือแนวให้กำลังใจสำหรับคนที่มีความอยาก แต่ก็ยังคงมีความกลัวอยู่เหมือนกัน    ในหนังสือได้มีการสัมภาษณ์ผู้ประกอบการที่น่าสนใจไว้หลายแห่ง เช่น GrabTaxi สุดยอด app สำหรับการเรียก Taxi ที่ hot สุดๆในเวลานี้, หมูทอดเจ๊จงเจ้าดังแห่งคลองเตย, วงษ์พาณิชย์ เจ้าพ่อธุรกิจ recycle แห่งเมืองไทย, Ensogo e-coupon ยอดนิยม, After you ร้านขนมหวานสุด chic ที่ใครๆก็ชอบ หรือ HUBBA ธุรกิจรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า co-working space หรือเรียกง่ายๆว่า การให้บริการสถานที่ทำงาน    โดยเจ้าของธุรกิจต่างๆ ต่างมีพื้นฐานที่ไม่เหมือนกัน แนวคิดธุรกิ...

ทำงานกับ(นาย)ญึ่ปุ่นอย่างไรให้ HAPPY = 日本人と一緒に仕事するのはとてもやりやすい。 =

ผู้เขียน  :  วิฑูรย์ เทพประดิษฐ์ ISBN  :  978-616-509-377-4 ปีที่พิมพ์  :  2011 สำนักพิมพ์  :  Happy Book จำนวนหน้า  :  160 หน้า ราคา  :  150 บาท  สรุปเนื้อหาสำคัญ    มันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะปกติสำหรับคนไทย ที่จะทำงานในบริษัทของประเทศญี่ปุ่น และแน่นอนว่าจะต้องทำงานร่วมกับเจ้านายคนญี่ปุ่น ดังนั้นในหนังสือเล่มนี้จะพูดถึงการทำงานร่วมกับเจ้านายคนญี่ปุ่นอย่างไรให้มีความสุข (ไม่ใช่แค่จ้องจะเลียนายนะครับ)    ลักษณะนิสัย(เฉพาะ) ของคนญี่ปุ่น คือ ความมีระเบียบวินัยเป็นอย่างยิ่งยวด ทุกคนรักษาระเบียบวินัยโดยเฉพาะในเรื่องเวลา และมีความซื่อสัตย์สูง ซึ่งเราต้องยอมรับว่าอาจจะไม่ตรงจริตกับคนไทยสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะในเรื่องการทำตามระเบียบ เพราะทำอะไรตามใจคือไทยแท้ ของเรานี้แหละ เช่นในเรื่องเวลาที่คนญี่ปุ่นถือเป็นเรื่องใหญ่ ต้องไปก่อนเวลาอย่างน้อยสัก 15 นาที ในขณะที่คนไทย การไปสายสัก 5 -10 นาทีถือว่าอยู่ในเกณฑ์รับได้ (และโดยมากเราจะไม่ค่อยแจ้งคู่นัดหมายด้วย หากไปสายสัก 5 นาที)     การสอนง...

ปิ๊งด้วยภาพ = The Back of the NAPKIN Solving problems and selling ideas with picture =

ผู้เขียน  :  แดน โรม แปล  :  สีนวล ฤกษ์สิรินุกุล ISBN  :  978-616-14-0035-4 ปีที่พิมพ์  :  2011  /  Original 2008 สำนักพิมพ์  :  Book Time จำนวนหน้า  :  296 หน้า ราคา  :  370 บาท  สรุปเนื้อหาสำคัญ    ในการแก้ปัญหา หรือระดมสมอง วิธีการที่จะทำให้ทุกคนเข้าใจได้ง่ายที่สุด คือการสื่อสารด้วยภาพ (โดยที่คุณไม่จำเป็นที่จะต้องวาดภาพเป็นเลย) โดยใช้หลักการ 3 - 4 - 5 - 6 3  :  3 เครื่องมือพื้นฐานที่เราทุกคนมีอยู่แล้ว        1) ตาของเรา เพื่อเก็บข้อมูลตามความจริง        2) ตาในใจ เพื่อเห็นสิ่งที่เป็นในจินตนาการ        3) การประสานงานระหว่างมือ กับตา เพื่อสร้างภาพนั้นออกมา 4  :  4 ขั้นตอนที่เราทุกคนสามารถทำได้กันอยู่แล้ว        1) การดู เป็นการรับข้อมูลโดยรวม        2) การเห็น เป็นการเจาะลึกข้อมูลในส่วนที่เราให้ความสนใจ (โดยใช้หลักการ 6 วิธีการในการเห็น และแสดงออก) ...

เปลี่ยนวิธีทำงานแค่ 1% คุณก็แซงหน้าคน 99% ได้แล้ว 99%の人がしていないたった1%の仕事のコツ

ผู้เขียน  :  Eitaro Kono แปลโดย ทินภาส พาหะนิชย์ ISBN  :  978-616-287-084-2 ปีที่พิมพ์ครั้งแรก  :  2012 จัดพิมพ์โดย  :  We Learn จำนวนหน้า  :  211 หน้า ราคา  :  170 บาท สรุปเนื้อหาสำคัญ    ในการทำงานมีสิ่งต่างๆ มากมายที่เราจะต้องทำ แต่ในสิ่งต่างๆ มากมายเหล่านั้นมีสิ่งเล็กๆน้อยๆ ที่เราสามารถสร้างความแตกต่างได้ โดยสิ่งเหล่านั้นจะทำให้เราสามารถทำงานได้อย่างเรียบร้อย และได้ผลดีกว่าคนอื่นๆ โฮเร็นโซ (Ho-Ren-So)  - ในการรายงานให้เริ่มจากกลุ่มใหญ่ ไปเล็ก (ถ้าต้องการบอกเรื่องใบไม้ ให้เริ่มจากป่า มา ต้นไม้ กิ่งไม่ และในที่สุดก็เป็นเรื่องใบไม้  - ต้องตอบให้ตรงคำถามเสมอ ถ้ามีข้อมูลที่ต้องการจะเสนอเพิ่มเติม ค่อยเพิ่มหลังจากตอบคำถาม  - ในการสื่อสารให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด คือการพูดคุยกันโดยตรงตัวต่อตัว การโทรศัพท์ และสุดท้ายคือการส่งอีเมล  - เตรียมข้อมูลให้อีกฝ่ายให้มากที่สุด เพื่อให้สามารถตัดสินใจได้ดีที่สุด การประชุม  - ต้องมีการกำหนดจุดมุ่งหมาย และเป้าหมายของการประชุมเสมอ (โดยจุดมุ่...

คิดให้รวย - Think & Grow Rich

ผู้เขียน  :  นโปเลียน ฮิลล์  แปลโดย วรินดา ISBN  :  978-616-7246-24-6 ปีที่พิมพ์ครั้งแรก  :  2011 จัดพิมพ์โดย  :  สำนักพิมพ์สุขภาพใจ จำนวนหน้า  :  72 หน้า ราคา  :  160 บาท สรุปเนื้อหาสำคัญ    เป็นหนังสือที่ทำเนื้อหาออกมาในรูปแบบของการ์ตูน เพื่อให้ผู้อ่านสามารถเข้าใจเนื้อหาได้ง่ายขึ้น โดยหนังสือต้นแบบเป็นงานเขียนของนโปเลียน ฮิลล์ แม้หนังสือจะไม่ได้บอกวิธีการทำให้รวยแบบ รวยเดียวนี้ แต่ก็เป็นการบอกให้รูปถึงวิธีคิด ที่จะทำให้เราเป็นคนรวย (ง่ายๆคือ คนรวยมีวิธีคิดอย่างไร)  วิธีการแปลงความอยากรวย มาเป็นความรวยจริงๆ 6 ขั้นตอน ๑.  ระบุความต้องการมาเป็นตัวเลขให้ชัดเจน ๒.  มีความแนวแน่ และรู้ว่าต้องใช้สิ่งใดมาแลกเปลี่ยน เพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ ๓.  กำหนดเงื่อนไขเวลาที่แน่นอน ๔.  กำหนดแผนการ เป็นขั้นตอนที่แน่นอน ๕.  เขียนเจนต์จำนงค์ของเราออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร ๖.  อ่านออกเสียงเจนต์จำนงค์ของเรา ออกมาวันล่ะ ๒ รอบ ตอนตื่นเช้า กับ ก่อนนอน คุณสมบัติของผู้น...

ยิ่งหิว ยิ่งสุขภาพดี

ผู้เขียน  :  Mr.Yoshinori Nagumo แปลโดย :  พิมพ์รัก สุขสวัสดิ์ ISBN  :  978-616-287-092-7 ปีที่พิมพ์ครั้งแรก  :  2012 จัดพิมพ์โดย  :  สำนักพิมพ์วีเลิร์น - WeLearn จำนวนหน้า  :  206 หน้า ราคา  :  165 บาท สรุปเนื้อหาสำคัญ    หนังสือที่แนะนำในสิ่งที่เราไม่ค่อยจะคุ้นเคยสักเท่าไหร่ เพราะเรามักจะได้ยินเสมอเกี่ยวกับการปล่อยให้หิว หรืออดอาหารนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ดีต่อสุขภาพ แต่ในหนังสือเล่มนี้กลับแนะนำให้เราลด หรือบริโภคอาหารให้น้อยที่สุด ให้ปล่อยให้ร่างกายรู้สึกถึงความอดอยาก     โดยผู้เขียนได้ยกเอาเรื่องเกี่ยวกับยีนของมนุษย์ที่มีการพัฒนามานาน โดยยีนในการเอาตัวรอดนั้นจะแสดงความสามารถออกมาได้อย่างเต็มที่ก็เฉพาะในตอนที่ร่างกายเชื่อว่าเรากำลังอยู่ในภาวะวิกฤษ โดยมากแล้วคือภาวะอดอยากนั้นเอง    การกินอาหาร 3 มื้อต่อวันไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์ทำกันมาแต่โบราน แต่เพิ่งไม่กี่สิบปีที่ผ่านมานี้เอง ดังนั้นนี้ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์ต้องการเพื่อดำรงชีพแน่นอน     ยีนที่เราอยากให้แสดงพ...

ใช้พลังสมองให้เต็มที่

   เป็นที่ทราบกันโดยแพร่หลายว่าคนเรามีสมองแค่ก้อนเดียว แต่มันมีสองซีก ซึ่งทำงานสอดประสานกัน แต่ก็มีความรับผิดชอบ หรือมีความสามารถหลักที่แต่ต่างกันอยู่ด้วย โดยคนแต่ล่ะคนก็จะมีความถนัดในการใช้สมองแต่ล่ะด้านที่แตกต่างกัน ความรับผิดชอบ หรือความถนัดของสมองแต่ละซีกเป็นอย่างไร สมองซีกซ้าย   จะมีความสามารถในการคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล สามารถดูเหตุการในรายละเอียดปรีกย่อย ความสามารถทางด้านภาษา ร่วมถึงการวางแผน การคิดแบบเป็นขั้นเป็นตอน โดยมีความสามารถที่จะคิดเป็นส่วนๆย่อยๆ มากกว่าจะเห็นภาพใหญ่เพียงภาพเดียว สมองซีกขวา   จะมีความสามารถในด้านการคิดแบบสร้างสรรค์ การคิดแบบเป็นรูปภาพ ศิลปะต่างๆ ไปจนถึงการใช้สัญชาตญาณ และอารมย์เป็นใหญ่ โดยจะมีความสามารถในการมองภาพร่วม มากกว่าเป็นชิ้นย่อยๆ    เพศชายกับเพศหญิงมีแนวโน้มที่จะใช้สมองซีกเดียวกัน หรือต่างกันหรือไม่ ?   ถึงแม้จะไม่มีการศึกษาอย่างแน่ชัด แต่เราสามารถดูแนวโน้มได้จากวิธีการในการจัดการปัญหา การตัดสินใจ โดยเพศหญิงจะมีแนวโน้มที่จะใช้อารมย์ และมีความคิดสร้างสรรค์ มากกว่า เพศชายที่มักจะคิดแบบเป็นเหตุผลเป็นหลั...

Benjamin Franklin Effect

18 เมษายน 2556    วันนี้ได้ไปอ่านเจอบทความน่าสนใจเข้าเรื่องหนึ่ง ชื่อว่า Benjamin Franklin Effect (ผลกระทบแบบ เบ็นจามิน แฟรงกิ้น)    ความจริงก็ไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกันว่ามันคืออะไร พออ่านจบก็สรุปได้สั้นๆว่า สมองของคนเรานั้นมันเก่งเหลือเกิน เก่งจนเกินไป มันปรับตัวมันเองให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่มันมี หรือพูดง่ายๆได้ว่า มันหลอกตัวมันเองให้อยู่ในสภาวะต่างๆได้ ด้วยเวลาที่ไม่นานมาก เอาล่ะสิคราวนี้มันมาเกี่ยวอะไรกับพี่เบ็นจามิน แฟรงกิ้นล่ะเนี้ย อย่างที่หลายๆคนน่าจะทราบดีอยู่แล้วว่าพี่เบ็นเนี้ยแกเป็นอดีตประธานาธิบดี ของอเมริกา โดยหน้าพี่เค้าอยู่บนแบงค์ร้อยเหรียญ (หัวออกจะล้านๆหน่อย)    เรื่องของเรื่องก็คือ พี่เค้าเป็นคนที่ฉลาดมาก โดยในสมัยก่อนที่จะขึ้นมาเป็นประธานาธิบดี พี่เค้าก็ทำงานการเมืองท้องถิ่นอยู่ โดยมีคนอยู่คนหนึ่งที่ไม่ชอบพี่เบ็นมากและมักจะมีการโต้เถียง คัดค้านพี่เบ็นอยู่เสมอๆ ในที่สุดพี่เบ็นก็คิดว่าจำเป็นจะต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อแก้ไขเรื่องดังกล่าว สิ่งที่พี่เบ็นทำก็คือ ส่งโน๊ตไปให้พี่คนนั้นโดยระบุว่า อยากจะขอยืนหนังสือที่พี่คนนั้นชอบอ่านมากมาอ...