Skip to main content

Benjamin Franklin Effect

18 เมษายน 2556

   วันนี้ได้ไปอ่านเจอบทความน่าสนใจเข้าเรื่องหนึ่ง ชื่อว่า

Benjamin Franklin Effect (ผลกระทบแบบ เบ็นจามิน แฟรงกิ้น)

   ความจริงก็ไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกันว่ามันคืออะไร พออ่านจบก็สรุปได้สั้นๆว่า สมองของคนเรานั้นมันเก่งเหลือเกิน เก่งจนเกินไป มันปรับตัวมันเองให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่มันมี หรือพูดง่ายๆได้ว่า มันหลอกตัวมันเองให้อยู่ในสภาวะต่างๆได้ ด้วยเวลาที่ไม่นานมาก เอาล่ะสิคราวนี้มันมาเกี่ยวอะไรกับพี่เบ็นจามิน แฟรงกิ้นล่ะเนี้ย อย่างที่หลายๆคนน่าจะทราบดีอยู่แล้วว่าพี่เบ็นเนี้ยแกเป็นอดีตประธานาธิบดี ของอเมริกา โดยหน้าพี่เค้าอยู่บนแบงค์ร้อยเหรียญ (หัวออกจะล้านๆหน่อย)


   เรื่องของเรื่องก็คือ พี่เค้าเป็นคนที่ฉลาดมาก โดยในสมัยก่อนที่จะขึ้นมาเป็นประธานาธิบดี พี่เค้าก็ทำงานการเมืองท้องถิ่นอยู่ โดยมีคนอยู่คนหนึ่งที่ไม่ชอบพี่เบ็นมากและมักจะมีการโต้เถียง คัดค้านพี่เบ็นอยู่เสมอๆ ในที่สุดพี่เบ็นก็คิดว่าจำเป็นจะต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อแก้ไขเรื่องดังกล่าว สิ่งที่พี่เบ็นทำก็คือ ส่งโน๊ตไปให้พี่คนนั้นโดยระบุว่า อยากจะขอยืนหนังสือที่พี่คนนั้นชอบอ่านมากมาอ่าน โดยหลังจากที่พี่เบ็นได้รับหนังสือไปแล้วเป็นเวลา หนึ่งอาทิตย์พี่เบ็นก็ส่งหนังสือกลับไปคืนให้พร้อมกับโน๊ตขอบคุณ พร้อมทั้งชื่นชมเกี่ยวกับหนังสือนั้นไปด้วย 

   หลังจากนั้นเวลาพี่เบ็นพบกันพี่คู่ปรับ พี่เค้าก็ได้พูดคุยกันเป็นอย่างดี โดยเริ่มจากเรื่องราวของหนังสือที่อ่านไป เรื่อยไปจนถึงเรื่องงาน จนในที่สุดพี่เค้าทั้งสองคนก็ได้เป็นเพื่อนรักกัน

   เรื่องนี้บอกอะไรเรา มันบอกเราว่าสมองของเรามันจะไม่ยอมทำอะไรที่มันไม่ชอบ แต่หากเราไม่เปลี่ยนแปลงตัวเราจะสภาพแวดล้อมนั้นๆ สมองของเราก็จะปรับตัวเองเข้าหามัน เช่น ในเรื่องนี้พี่คนที่ไม่ชอบพี่เบ็น แต่ไปยอมให้พี่เบ็นยืมหนังสือ สมองมันก็เริ่มจะงงแล้วว่า "ตกลงเราต้องทำตามที่พี่เบ็นร้องขอใช้มั้ย" จากนั้นพอได้รับโน๊ตพูดคุยถึงในเรื่องเดียวกันกับที่ตัวเองชอบ สมองก็เริ่มที่จะคิดว่าคนที่ชอบเหมือนกันกับเราเป็นคนที่ชอบด้วยเช่นกัน สุดท้ายเลยกลายเป็นสมองที่ปรับเปลี่ยนตัวเอง เพราะไม่ได้ หรือ ไม่สามารถเปลี่ยนสภาพแวดล้อมได้

  ดังนั้นหากคุณอยู่ในสภานที่ หรือสิ่งแวดล้อมที่คุณรู้สึกไม่ชอบ คุณมีทางเลือกง่ายๆแค่สองข้อ
1.) เปลี่ยนแปลงมันซะ ตั้งแต่เดียวนี้ หรือ
2.) ทนไปอีกซักพักเดียว แล้วคุณก็จะไม่รู้สึกอึดอัด หรือไม่ชอบมันอีกต่อไป เพราะสมองของคุณมันได้ปรับเปลี่ยนตัวมันเอง ได้เร็วกว่าที่คุณคิด นั้นคือเหตุผลที่หลายๆครั้งเรามักจะสงสัยว่า ทำไมคนนั้น คนนี้ยอมทนอยู่ในสภาพนั้น สภาพนี้ได้นะ

พร้อมจะเปลี่ยนแปลงแล้วหรือยังครับ 

Comments

Popular posts from this blog

แผนภาพวาดให้เป็น เก่งนำเสนอ

ผู้เขียน  :  Yamda Masao แปลโดย ประวัติ เพียรเจริญ ISBN  :  978-974-443-460-9 ปีที่พิมพ์ครั้งแรก  :  2012 จัดพิมพ์โดย  :  สำนักพิมพ์ ส.ส.ท. จำนวนหน้า  :  272 หน้า ราคา  :  220 บาท สรุปเนื้อหาสำคัญ    หนังสือเล่มนี้ไม่ได้เป็นหนังสือที่สอนวิธีการวาดภาพ แต่เป็นหนังสือที่สอนให้ใช้รูปภาพ (หมายถึง แผนภูมิ, กราฟ และตารางต่างๆ) เพื่อใช้ในการนำเสนอสิ่งต่างๆ ความคิดเห็น ข้อมูล ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งหวังให้คนอ่านสามารถทำความเข้าใจได้ง่ายขึ้น เพราะความคิดของแต่ล่ะคนไม่เหมือนกัน การนำเสนอความคิดด้วยภาพจึงมีความสำคัญมาก  "ความคิดถึงแม้จะดีแค่ไหน แต่ถ้าไม่สามารถอธิบายให้คนอื่นเข้าใจได้ ก็ไร้ประโยชน์"    โดยมีการแยกสัดส่วนของเนื้อหาได้ดี มีการสรุปเป็นหัวข้อๆ ให้เข้าใจได้ง่าย โดยแบ่งออกเป็น 6 กลุ่ม คือ  สารที่ต้องการสื่อออกไป เป็นการกำหนดสิ่งที่ต้องการจะถ่ายทอดออกไปให้ชัดเจน และเรียยเรียงอย่างมีระบบ รูปแบบ หรือกรอบความคิดที่จะใช้สำหรับสื่อสาร "สาร" ออกไป เช่นเป็นตารางข้อมูล เ...

ส่วนประกอบของ android แอพพลิเคชัน (Android Application Component)

    ส่วนประกอบของ แอพพลิเคชัน (Application Component) สามารถแบ่งออกได้เป็น ๔ ประเภทดังนี้ ๑. Activity (User Interface)  คือ สิ่งท่ีใช้ในการแสดงผลออกมาเพื่อให้ผู้ใช้งานได้เห็น และได้ใช้งานโดย แต่ละแอปพลิเคชนััน อาจจะมีActivity เดียว หรือหลายๆ Activity และส่ิงที่อยู่ใน Activity นั้นจะเรียกว่า View ซึ่งมีอยู่หลายรูปแบบ เช่น button, text field, scroll bars, menu items, check boxes และอื่นๆ ๒. Service (Service Provider)  เป็นส่วนที่ไม่มีการแสดงผลแต ถูกเรียกใช้ให้ รันอยู่ในลักษณะของ background process โดย service นั้นอาจจะมีการกระทำ อะไรบางอย่าง เช่น ติดต่อรับส่งข้อมูลผ่านเครือข่าย หรือคำนวณค่าต่างๆ แล้วทำการส่งข้อมูลไปแสดงยัง Activity ก็ได้ หรือการเปิดเพลงในขณะที่เรากำลังทำงานบน แอพพลิเคชั่นอื่น ๓. Broadcast receiver (DataProvider)  คือ ตัวที่ใช้สำหรับคอยรับและตอบสนองต่อ เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดข้ึน เช่น เมื่อแบตเตอรี่ต่ำ ,การเปล่ียนภาษา, มีการโทรออก, มีข้อความเข้าและอื่นๆ ถึงแม้ broadcast receiver จะไม่มีส่วนของการแสดงผลแต่ก็สามารถที่จะเรียก...

เมื่อภูเขาน้ำแข็งละลาย Our Iceberg Is Melting

ผู้เขียน  :  John Kotter & Holger Rathgeber แปลโดย  :  ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย ISBN  :  978-974-655-404-6 ปีที่พิมพ์  :  2010 สำนักพิมพ์  :  มหาวิทยาลัยศรีปทุม จำนวนหน้า  :  158 หน้า ราคา  :  280 บาท  สรุปเนื้อหาสำคัญ    เป็นนิทานที่มีการดำเนินเรื่องอยู่ที่ แอนตาร์กติกา โดยมีตัวเอกเป็นเพนกวิน โดยมีเป้าหมายอยู่ที่การสร้างความเปลี่ยนแปลง ก่อนสถานการจะเปลี่ยนแปลงไป ด้วยวิธีการง่ายๆ ๘ ขั้นตอน    เรื่องย่อนิทาน เพื่อให้คนที่ไม่มีโอกาสได้อ่านหนังสือเล่มนี้พอเข้าใจ แต่จะไม่ลงรายละเอียด (เพราะถ้าคุณสนใจมันจริงๆ คุณต้องไปซื้อ หรือหามาอ่านเอง)        เพนกวินอาศัยอยู่บนเกาะน้ำแข็งของพวกมันมานาน หลายรุ่นจนเชื่อว่าเกาะน้ำแข็งของมันจะอยู่ในสภาพนี้ไปตลอดกาล แต่แล้วก็มีเกนกวินตัวหนึ่งพบว่าเกาะน้ำแข็ง บ้านของพวกมันกำลังค่อยๆละลายลงแล้ว และมีความเสี่ยงอย่างมากที่เกาะของพวกมันจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ    เพนกวินตัวนั้นนำเรื่องเข้าสู่คณะบริหารของกลุ่มเพนกวิน (อย่าสงสัยมาก...