Skip to main content

Posts

ความสำคัญของการอ่านหนังสือให้เด็กฟัง

   การอ่านหนังสือให้เด็กทารกฟังนั้นมีความสำคัญมาก เพราะแม้ว่าจะดูเหมือนกับเด็กนั้นยังไม่มีความพร้อม ความเข้าใจความหมายของสิ่งที่เรากำลังพูดหรืออ่านให้เขาฟัง แต่ในความเป็นจริงแล้ว เด็กมีความสามารถในการเรียนรู้ตั้งแต่เขายังแบเบาะ ก่อนที่เขาจะมีความสามารถในการอ่าน และติดต่อสื่อสารเด็กก็มีความสามารถในการเรียนรู้พร้อมอยู่แล้ว ดังนั้นเพื่อปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน และเพื่อให้เด็กมีได้ใช้ความสามารถในการเรียนรู้อย่างเต็มที่ พ่อแม่ควรจะเริ่มอ่านหนังสือให้เด็กฟังตั้งแต่ช่วงแรกของชีวิตจะดีกว่า   หนังสือที่ควรจะอ่านให้เด็กฟังนั้น แม้เด็กจะยังไม่เข้าใจความหมายแต่มันก็จะดีกว่ามากหากเราเลือกเนื้อหาที่ไม่รุนแรง โดยควรเลือกเอาหนังสือที่มีรูปประกอบสวยงาม น่ารัก โดยหากเป็นหนังสือที่มีผิวสัมผัสต่างๆให้เด็กได้เรียนรู้ไปด้วยก็จะดีมาก   เวลาและสถานที่ในการอ่านหนังสือ พ่อแม่ควรเลือกดูเวลาที่เด็กมีอาการผ่อนคลาย ไม่ได้อยู่ในอารมย์ที่กำลังคึก หรือสนุกสนานมากเกินไป หรือเป็นเวลาที่เด็กจะง่วงนอน เพื่อให้เด็กได้มีสมาธิได้อย่างเต็มที่ ส่วนสถานที่นั้นควรเป็นที่ที่มีแสงสว่างมากเพียงพอ และเงียบ ...

ใช้พลังสมองให้เต็มที่

   เป็นที่ทราบกันโดยแพร่หลายว่าคนเรามีสมองแค่ก้อนเดียว แต่มันมีสองซีก ซึ่งทำงานสอดประสานกัน แต่ก็มีความรับผิดชอบ หรือมีความสามารถหลักที่แต่ต่างกันอยู่ด้วย โดยคนแต่ล่ะคนก็จะมีความถนัดในการใช้สมองแต่ล่ะด้านที่แตกต่างกัน ความรับผิดชอบ หรือความถนัดของสมองแต่ละซีกเป็นอย่างไร สมองซีกซ้าย   จะมีความสามารถในการคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล สามารถดูเหตุการในรายละเอียดปรีกย่อย ความสามารถทางด้านภาษา ร่วมถึงการวางแผน การคิดแบบเป็นขั้นเป็นตอน โดยมีความสามารถที่จะคิดเป็นส่วนๆย่อยๆ มากกว่าจะเห็นภาพใหญ่เพียงภาพเดียว สมองซีกขวา   จะมีความสามารถในด้านการคิดแบบสร้างสรรค์ การคิดแบบเป็นรูปภาพ ศิลปะต่างๆ ไปจนถึงการใช้สัญชาตญาณ และอารมย์เป็นใหญ่ โดยจะมีความสามารถในการมองภาพร่วม มากกว่าเป็นชิ้นย่อยๆ    เพศชายกับเพศหญิงมีแนวโน้มที่จะใช้สมองซีกเดียวกัน หรือต่างกันหรือไม่ ?   ถึงแม้จะไม่มีการศึกษาอย่างแน่ชัด แต่เราสามารถดูแนวโน้มได้จากวิธีการในการจัดการปัญหา การตัดสินใจ โดยเพศหญิงจะมีแนวโน้มที่จะใช้อารมย์ และมีความคิดสร้างสรรค์ มากกว่า เพศชายที่มักจะคิดแบบเป็นเหตุผลเป็นหลั...

การใช้สมองทั้งสองด้าน

   เป็นที่ทราบกันโดยแพร่หลายว่าคนเรามีสมองแค่ก้อนเดียว แต่มันมีสองซีก ซึ่งทำงานสอดประสานกัน แต่ก็มีความรับผิดชอบ หรือมีความสามารถหลักที่แต่ต่างกันอยู่ด้วย โดยคนแต่ล่ะคนก็จะมีความถนัดในการใช้สมองแต่ล่ะด้านที่แตกต่างกัน ความรับผิดชอบ หรือความถนัดของสมองแต่ละซีกเป็นอย่างไร สมองซีกซ้าย   จะมีความสามารถในการคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล สามารถดูเหตุการในรายละเอียดปรีกย่อย ความสามารถทางด้านภาษา ร่วมถึงการวางแผน การคิดแบบเป็นขั้นเป็นตอน โดยมีความสามารถที่จะคิดเป็นส่วนๆย่อยๆ มากกว่าจะเห็นภาพใหญ่เพียงภาพเดียว สมองซีกขวา   จะมีความสามารถในด้านการคิดแบบสร้างสรรค์ การคิดแบบเป็นรูปภาพ ศิลปะต่างๆ ไปจนถึงการใช้สัญชาตญาณ และอารมย์เป็นใหญ่ โดยจะมีความสามารถในการมองภาพร่วม มากกว่าเป็นชิ้นย่อยๆ    เพศชายกับเพศหญิงมีแนวโน้มที่จะใช้สมองซีกเดียวกัน หรือต่างกันหรือไม่ ?   ถึงแม้จะไม่มีการศึกษาอย่างแน่ชัด แต่เราสามารถดูแนวโน้มได้จากวิธีการในการจัดการปัญหา การตัดสินใจ โดยเพศหญิงจะมีแนวโน้มที่จะใช้อารมย์ และมีความคิดสร้างสรรค์ มากกว่า เพศชายที่มักจะคิดแบบเป็นเหตุผลเป็นหลั...

ร่างกายเราใช้พลังงานเท่าไร ในแต่ล่ะวัน

   เคยสงสัยกันมั้ยครับ ว่าในแต่ล่ะวันร่างกายของเราต้องใช้พลังงานเท่าไรเพื่อดำรงชีวิต ทำกิจกรรมต่างๆ (เหมือนเป็นต้นทุนที่ต้องใช้แน่นอนในแต่ละวัน)     Basal Metabolic Rate (BMR)  คือ อัตราการความต้องการเผาผลาญของร่างกายในชีวิตประจำวัน หรือจำนวนแคลอรี่ขั้นต่ำที่ต้องการใช้ในชีวิตแต่ละวัน ดังนั้นการคำนวณ BMR จะช่วยให้คุณคำนวณปริมาณแคลอรี่ที่ใช้ต่อวันเพื่อรักษาน้ำหนักปัจจุบันได้ และเมื่ออายุมากขึ้นเราจะควบคุมน้ำหนักได้ยากขึ้น โดยแต่ล่ะคนจะมีค่า BMR ที่ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งเพศ อายุ น้ำหนัก ส่วนสูง เราสามารถที่จะลองดูว่าเรามีค่า BMR หรือต้นทุนการใช้พลังงานในแต่ล่ะวันอยู่ที่เท่าไร ได้ที่  http://kcal.memo8.com/bmr/  ครับ    นอกจากนี้แล้วการทำกิจกรรมต่างๆ ก็จะเป็นอีกส่วนที่ทำให้ร่างกายเราจะต้องใช้พลังงานมากกว่าค่า BMR ตัวอย่างกิจกรรมและค่าพลังงานที่ใช้ (โดยเฉลี่ยต่อชั่วโมง ถ้าทำไม่ถึงชั่วโมงก็ลดไปตามอัตราส่วนนะครับ )  ที่มา  http://kcal.memo8.com/calorie-fat-burn/ กระโดดเชือก  780 K.cal กวาดบ้าน   225 K.cal ...

การสอนแบบมอนเตสซอรี่

   การสอนแบบมอนเตสซอรี่ คือการเรียนการสอนที่ยึดเอาตัวเด็กเป็นสำคัญ โดยผู้ที่ริเริ่มการสอนแบบดังกล่าวคือ Dr.Maria Montessori (1870~1952) โดยมีหลักการมาจากพื้นฐานที่ว่า "การศึกษาไม่ใช่สิ่งที่ครูผู้สอนจะสามารถสอนเด็กๆ ได้โดยการบอกกล่าวเท่านั้น แต่การศึกษาคือ กระบวนการเรียนรู้ทางธรรมชาติที่จะค่อยๆ เกิดขึ้น และสะสมมากขึ้นในตัวเด็กแต่ละคน จากประสบการณ์ที่ได้รับ และสภาพแวดล้อมที่อาศัยอยู่"     ทฤษฎีของมอนเตสซอรี่นั้นเชื่อว่า เด็กแต่ละคนจะมีความแตกต่างกัน ดังนั้นหากผู้ใหญ่สังเกตุเด็กและ ศึกษาความต้องการจำเพาะของเด็กแต่ละคน รวมทั้งสามารถที่จะหาช่วงเวลาที่เหมาะสมสอดคล้องกับการเรียนรู้ของเด็กแต่ละคนได้แล้ว ผู้ใหญ่ก็จะสามารถทำหน้าที่แค่เพียง จัดการสภาพแวดล้อม และกิจกรรมต่างๆที่เหมาะสมให้กับเด็กได้ จากนั้นจึงถอยห่างออกมา เพื่อให้เด็กได้ทำการเรียนรู้ ซึมซับ และเกิดการพัฒนาการภายใต้สภาพแวดล้อมที่ผู้ใหญ่ได้จัดให้อย่างเหมาะสมนั้น ดังนั้น หน้าที่ของผู้ใหญ่ไม่ใช่การสอนให้เด็กเรียนรู้ หากเป็นการเฝ้าสังเกตุ และพร้อมที่จะปรับสภาพแวดล้อมให้สอดคล้องกับความต้องการของเด็กที่จะ...

การบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ ตอนที่๑

การบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ ตอนที่๑ "การบริหารเวลา คือ การบริหารชีวิต"    ชีวิตการทำงานในปัจจุบันมีคนเป็นจำนวนมากที่รู้สีกว่าตนเองทำงานหนักมาก แต่ผลงานที่ออกมากลับมีเพียงน้อยนิด เราทำงานกันหนักมากจนไม่มีแม้แต่เวลาที่จะคิดทบทวนว่า สิ่งที่เรากำลังทำอยู่นั้นได้สร้างคุณค่า ทั้งกับองค์กร และตนเองหรือไม่    ดังนั้นการบริหารเวลาจึงมีความจำเป็น แต่ก็อีกเช่นกันพวกเราส่วนมากมักจะคิดว่า การบริหารเวลาเป็นเรื่องง่ายๆที่สามารถใช้สันชาตญาณในการจัดการได้ ซึ่งโดยมากแล้วมักจะนำปัญหามาให้เพิ่มมากขึ้น ตัวอย่างสำหรับคนที่มีปัญหาทำงานหนักทั้งวันแต่ไม่สามารถทำอะไรให้สำเร็จได้เลย ตอนเช้า      มีเพื่อนร่วมงานมาคุยปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆ ซึ่งบางครั้งไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับงานที่เราทำ แต่ก็ยังนั้งฟังด้วยความเกรงใจ เสร็จแล้วก็มาเช็คอีเมล์ต่างๆทั้งที่เกี่ยวกับงาน และไม่เกี่ยวกับงาน โดยยังไม่ได้ลงมือทำงานอะไรเลย     ตอนบ่าย      ตามด้วยการประชุมต่างๆที่ต้องเข้าร่วมประชุม ทั้งที่มีความจำเป็น และไม่มีความจำเป็น สุดท้ายกว่าจะได้เริ่...

การเรียนการสอนตามแนวคิด เรกจิโอ เอมีเลีย

   ชื่อเรกจิโอ เอมีเลียนั้นเป็นชื่อเมืองเล็กๆทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี ซึ่งกลุ่มแม่บ้านได้มีการรวมตัวกันเป็นอาสาสมัคร เพื่อสร้างโรงเรียนเพื่อเด็กๆ เนื่องจากในสมัยนั้นเป็นยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ทุกสิ่งทุกอย่างขาดแคลน โดยมี ลอริส มาลากุซซี่ (Loris Malaguzzi) เป็นแกนนำในการพัฒนาการเรียนการสอนตามแนวคิด เรกจิโอ เอมีเลีย โดยการเรียนการสอนตามแนวคิด เรกจิโอ เอมีเลีย นั้นมีหลักคิดคือ  1.) วิธีการมองเด็ก (The Image of the Child) คือ เด็กจะมีความาสามารถในการเรียนรู้มาตั้งแต่กำเนิด โดยจะเจริญเติมโตขึ้นตามวัย และเด็กจะเต็มไปด้วยพลังและความปรารถนาที่จะเติบโตงอกงาม ความอยากรู้อยากเห็น ความอยากมีปฎิสัมพันธ์กับผู้อื่น 2.) โรงเรียนเป็นแหล่งบูรณาการที่หลากหลายเพื่อการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ โดยโรงเรียนต้องทำหน้าที่ในการจัดจังหวะของการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ และเป็นระบบ แต่จะต้องพร้อมที่จะยืดหยุ่นได้โดยขึ้นอยู่กับความพร้อมของตัวเด็กเอง 3.) ครูและเด็กจะเรียนรู้ไปด้วยกัน โดยจะเน้นที่การเรียนรู้ ไม่ใช่การสอน เพราะเป้าหมายอยู่ที่การที่เด็กจะได้รับการเรียนรู้ ค้นพบด้วยตนเอง ดังนั้นหน...